้วแต่ขายไม่ออกเลยสักเครื่อง แถมช่วง
นี้ก็ไม่ค่อยมีลูกค้าเข้าร้าน เถียนโม่คิดว่าถึงจะวางโชว์ไว้ก็ไม่น่าจะมีคนแวะมาดู อีกทั้ง
ราคาก็สูงมาก เขาไม่รู้เลยว่าจะขายหมดสต๊อกได้เมื่อไหร่
เถียนโม่กลับไปนั่งที่โซฟาแล้วหยิบจอยมาเล่นเกมต่อ
ผ่านไปพักหนึ่งก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านนอกอีก
แต่เสียงฝีเท้ารอบนี้ดูเร่งรีบกว่ารอบที่แล้ว
เถียนโม่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เขาหันไปดูก็พบกับพี่ชายสองคนพุ่งตามกันมาติดๆ
ทั้งสองเงยหน้ามองเพื่อยืนยันโลโก้ของเถิงต๋า จากนั้นก็ถามขึ้นทันที “พี่ๆ มีมือถือรุ่น
ใหม่ของ OTTO มั้ย ขอเครื่องนึง!”
หืม? ลูกค้านี่!
เถียนโม่รีบลุกยืน “ตัวโชว์อยู่ตรงเคาน์เตอร์ครับ ลองเล่นดูก่อนค่อยตัดสินใจได้
นะครับ”
พี่ชายสองคนเห็นตัวโชว์แต่ก็ไม่คิดจะไปลองเล่นดูสักนิด กลับหันมาเร่งเร้าแทน
“ไม่เป็นไรพี่ ขอจ่ายเงินตอนนี้เลย! จะให้สแกนจ่ายหรือรูดบัตร”
เถียนโม่อึ้ง ทําไมรีบกันขนาดนี้
แต่ปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ เพราะไม่สอดคล้องกับแนวทางการทํางานของพวก
เรา!
เถียนโม่ยิ้มเป็นมิตร “ขอผมแนะนําปัญหาของเครื่องนี้ให้ฟัง…”
ชายทั้งสองทนต่อไปไม่ไหว “หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว! เร็วเข้า เราเอาคนละเครื่อง
เรารู้ข้อเสียชัดเจนจากงานโชว์เคสแล้ว รีบเอามือถือมา! เอาเวอร์ชันพิเศษ!”
เถียนโม่ไม่รู้จะตอบอะไรไปพักหนึ่ง ถึงบอสเผยจะบอกว่าต้องย้ําข้อเสียของสินค้า
ให้ลูกค้าฟัง แต่ในเมื่อลูกค้าบอกมาแบบนี้ พนักงานขายจะพูดอะไรได้