นอี้ก็จะเลือกตัวเลือกแบบเดียวกันในคัตซีน ทำให้เพิ่มระดับความอินของผู้เล่นขึ้นไปอีก
ประสบการณ์ที่ได้รับนั้นแตกต่างจากเกม RTS ทั่วไปเล็กน้อย เกม RTS แบบดั้งเดิมส่วนใหญ่จะกำหนดเป้าหมายก่อนแล้วปล่อยให้ผู้เล่นดำเนินการ มีหลายครั้งที่ผู้เล่นไม่ได้ทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการทำ แต่ทำสิ่งที่ภารกิจกำหนด
แต่ใน Mission & Choice ผู้เล่นส่วนใหญ่จะตัดสินใจคล้ายฉินอี้ผ่านการวางโครงเรื่องอย่างชาญฉลาด แนวทางนี้จะทำให้ผู้เล่นรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและเข้าใจสถานการณ์กับการกระทำของฉินอี้มากขึ้น
…
เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัว เฉียวเหลียงจดจ่อกับเกมสุดๆ จนไม่สามารถหยุดเล่นได้!
ความรู้สึกนี้คล้ายกับเกมที่อิงจากหนังของต่างประเทศ เอกลักษณ์พิเศษของเกมประเภทนี้คือสามารถนำภาพยนตร์มาใช้เป็นโครงเรื่องตลอดทั้งเกมได้ โดยมีจังหวะการเล่าเรื่องที่รวดเร็วและมีการหักมุมไปมาตลอดทั้งเกม
Mission & Choice สามารถหาสมดุลระหว่างหนังและเกมได้ ผู้เล่นจะได้ตะลุยเนื้อหาเกมไปพักหนึ่ง พอเริ่มเหนื่อยแล้วก็จะเข้าสู่ช่วงคัตซีนเนื้อเรื่องให้ได้พักผ่อน
โครงเรื่องทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างจุดเริ่มต้นกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นถัดไป ทำให้ผู้เล่นเกิดคำถามใหม่ๆ และรู้สึกคาดหวัง หลังจากดูเนื้อเรื่องมากพอแล้วก็จะเข้าสู่ช่วงต่อไปของเนื้อหาเกม วงจรนี้จะดำเนินไปเรื่อยๆ
นอกจากนั้นเกมยังสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งได้ยอดเยี่ยมมาก ในช่วงครึ่งหลังของเกม ความ