่เป็นแบบนั้น เห็นได้ชัดว่าเฟยหวงสตูดิโอไม่ได้กำลังฆ่าตัวตาย ที่พวกเขากล้าทำแบบนี้เพราะมั่นใจใน Mission & Choice มาก และเชื่อว่ามันจะสามารถเอาชนะคู่แข่งทั้งหมดที่เข้าฉายช่วงเดียวกันได้แม้ไม่ประชาสัมพันธ์ตามแบบมาตรฐาน
หลูเสี่ยวผิงรู้ตัวแล้วว่าตัวเองประเมินผิดพลาดไปครั้งใหญ่!
ก่อนหน้านี้เขาคิดว่า Mission & Choice เลื่อนฉายเพราะไม่มั่นใจในตัวหนังและอยากเลี่ยงการแข่งขันช่วงตารางฉายที่ดีที่สุดของปี
แต่เขาตระหนักแล้วว่าไม่ใช่แบบนั้นเลย คุณภาพของหนังก็น่าจะถึงขั้นฆ่าคู่ต่อสู้ทั้งหมดในตารางฉายช่วงหยุดยาวได้
เพราะงั้นทำไมต้องกลัวเรือรบทะเลเดือดด้วยล่ะ ดูท่าไม่ดีเลย…
หลูเสี่ยวผิงดูหนังต่อไปด้วยความวิตกกังวลสุดๆ
…
เนื้อเรื่องต่อจากนั้นเรียกได้ว่าเต็มไปด้วยการหักมุมและฉากไคลแม็กซ์ ไม่มีช่วงให้วิ่งไปเข้าห้องน้ำได้เลย เรื่องราวพลิกผันไปมาจนละสายตาไม่ได้
เรื่องราวของหนังทั้งเรื่องวนเวียนอยู่รอบตัวละครฉินอี้และความรู้สึกของผู้ชมล้วนเกิดจากตัวละครฉินอี้
ถึงจะเป็นการฉายเดี่ยวของนักแสดงคนเดียวแต่ลู่จือเหยาก็ถ่ายทอดบทนี้ผ่านทักษะการแสดงได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถกระตุ้นอารมณ์ผู้ชมได้สำเร็จ
เรื่องราวทั้งหมดแบ่งเป็นช่วงได้คร่าวๆ ดังนี้
ช่วงแรก ฉินอี้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการ เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับศึกระหว่างมนุษย์กับเซิร์กและความพ่ายแพ้ครั้งก่อนผ่านการต่อสู้จำลอง และรู้ถึงความจำเป็นในการสื่อสารระหว่างผู้บัญชาการ