เมื่อเดินเข้าไปในหอเก็บคัมภีร์ เบื้องหน้าก็เห็นชายชราผมดอกเลาผู้หนึ่งกำลังนอนอยู่บนเก้าอี้โยกอย่างเบื่อหน่าย ตากแดด ถือตำราเต๋าเล่มหนึ่งอ่านอย่างจริงจัง
ทันทีที่ลวี่หยางก้าวเข้าไป เขาก็เหลือบตาขึ้นมอง
“มาใหม่รึ?”
ชายชรากล่าวเสียงเรียบ “เข้าไปเลือกเอาเองเถิด จำไว้ หากไม่ทำตามกฎเกณฑ์ที่เขียนไว้ ข้าจะไม่รับผิดชอบหากเจ้าตาย”
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชี้แนะ”
ลวี่หยางประสานมือคารวะ จากนั้นจึงก้าวไปยังทิศทางของชั้นตำรา
สมแล้วที่เป็นเช่นนั้น เพียงเขาเข้าใกล้ ป้ายศิษย์ที่เอวก็ราวกับสัมผัสถึงอะไรบางอย่าง ประกายแสงจางๆปรากฏขึ้น จากนั้นก็กลายเป็นอักขระแถวแล้วแถวเล่าลอยขึ้นกลางอากาศ
“ลวี่หยาง ศิษย์แห่งยอดเขาปะสานฟ้า”
“สามารถรับคัมภีร์หยินหยางหรรษามังกรพยัคฆ์สมสู่ได้ และครั้งแรกสามารถกู้ยืมแลกเปลี่ยนเคล็ดวิชาโดยไม่ต้องวางมัดจำ”
ลวี่หยางไม่ลังเล รีบรับไว้ทันที
ถัดมา เนื้อหาของเคล็ดวิชาปรากฏบนป้ายศิษย์ จิตของเขาพลันจมลึกเข้าไป ศึกษาอยู่นานนับครู่จึงค่อยดึงกลับมาได้
“วิชานี้…เหตุใดถึงเหมือนกับคัมภีร์เต๋าบรรพกาลที่แบ่งเป็นตอนต้นตอนปลาย?” เมื่อนึกถึงจุดจบชาติปางก่อน สีหน้าของลวี่หยางก็พลันมืดหม่น “คัมภีร์หยินหยางหรรษามังกรพยัคฆ์สมสู่หากสำเร็จสมบูรณ์ จะสามารถหลอมปราณมังกรพยัคฆ์หยินหยางสายหนึ่ง จัดอยู่ในระดับชั้นห้า ตามทฤษฎีแล้วพุ่งตรงสู่การวางรากฐาน…แต่สิ่งที่ข้าได้รับกลับมีเพียงบทรวมลมปราณเท่านั้น!”
ด้วยบท