และโต้แย้งความคิดเห็นกับ
ทีมตรงข้าม จากนั้นก็ตัดสินผู้ชนะโดยวัดว่าโน้มน้าวใจผู้ชมได้ขนาดไหน ซูเปอร์ฮีโร่ต้องเป็นกระบอกเสียงให้กลุ่มของตัวเอง ต้องมีความคิดและหลักการ ของตัวเอง และต้องพูดสุนทรพจน์บ่อยๆ การแข่งขันแบบทีมประเภทนี้เป็นการ ทดสอบความสามารถของเดก็ฝึกในด้านนี้ การแข่งขันประเภทที่สองคือการวางแผนช่วยชีวิต แต่ละทีมจะได้สถานการณ์
เฉพาะ เช่น มีกลุ่มผู้ร้ายจับกุมตัวประกันเอาไว้และทีมเด็กฝึกต้องวางแผนช่วยชีวติ แต่พวกเขาไม่ต้องช่วยเหลือตัวประกันเอง ทีมมืออาชีพที่เตรียมไว้จะเป็นคน
ปฏิบัติการกู้ภัยตามแผน ซูเปอร์ฮีโร่มักมีส่วนร่วมในปฏิบัติการกู้ภัยคล้ายๆ กันนี้ แต่พวกเขาจะเป็นไอ้งั่งไร้ สมองไม่ได้ เพราะอาจทําให้ตัวประกันบาดเจ็บหรือสร้างความเสียหายต่อเมืองหนักขึ้น กว่าเดิม ซูเปอร์ฮีโร่ที่มีสมองเป็นที่นิยมในสังคมมากกว่า การแข่งขันแบบทีมประเภทนี้จัด
ขึ้นเพื่อทดสอบความสามารถของเด็กฝึกในด้านนี้ การแข่งขันประเภทที่สามคือการทดสอบความสามารถด้านการต่อสู้ ทีมโปรดักชัน จะจัดทดสอบความสามารถทางร่างกายโดยเฉพาะ ซึ่งรวมถึงการเผชิญหน้ากันระหว่าง ทีม เพื่อดูว่าทีมไหนทําผลงานได้ดีกว่า ซูเปอร์ฮีโร่ต้องมีสมองก็จริง แต่สมรรถภาพทางกายกับทักษะการต่อสู้ก็เป็นสิ่งที่ ขาดไม่ได้ ซูเปอร์ฮีโร่ที่สามารถ ‘ต่อสู้’ ได้จะทําให้สาธารณชนรู้สึกปลอดภัยกว่าและ ไม่เกิดความคิดว่า ‘ซูเปอร์ฮีโร่คนนี้ใช้พลังพิเศษเสียเปล่า’ การแข่