ษานี้ แท้จริงแล้วก็คือการบีบบังคับให้เหล่าศิษย์ในนามใช้มหาคัมภีร์หยินหยางหรรษาดูดกลืนซึ่งกันและกัน ราวกับเลี้ยงหนอนพิษ มีเพียงผู้ที่รอดชีวิตจนถึงที่สุดจึงจะสามารถเลื่อนขั้นกลายเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการได้
“ขอแสดงความยินดีกับศิษย์พี่หญิงอวี้!”
ในขณะเดียวกัน ก็มีศิษย์ในนามสองสามคนเดินเข้ามา สีหน้าเปี่ยมด้วยความประจบ
“ดูดกลืนคนสุดท้ายสำเร็จ พี่หญิงคงจะก้าวเข้าสู่ขั้นรวมลมปราณได้แล้วกระมัง!”
“เพียงก้าวเดียวสู่การรวมลมปราณ ก็ย่อมละจากสามัญชน!”
“นับแต่นี้ ขอเพียงพี่หญิงเอ็นดู พวกข้ายินดีรับใช้โดยไม่อิดออด…”
เห็นภาพเบื้องหน้า ลวี่หยางกลับหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ
“หึหึ…”
เสียงหัวเราะจากผู้ถูกรีดไถจนเหลือเพียงตะกอน ทำให้ทุกสายตาหันขวับมามอง อวี้ซู่เจินเองก็มองมาทางเขาอย่างแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
“ศิษย์น้องหัวเราะอันใดหรือ?”
“ข้าหัวเราะให้พี่หญิงนั่นแหละ” ลวี่หยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจ “เดิมทีก็ยังเป็นห่วงสุขภาพของพี่หญิงอยู่ แต่ตอนนี้ข้าคงวิตกเกินไปเสียแล้ว”
“ห่วงสุขภาพข้า?” อวี้ซู่เจินขมวดคิ้วแน่น
“ใช่” พอเอ่ยถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็ทอดถอนใจออกมา “ก่อนข้าจะเข้าสู่นิกาย ข้าเคยหลงเข้าไปยังย่านเริงโลกีย์ ติดโรคเรื้อรังบางอย่าง…เมื่อครู่พี่หญิงลงมือเร็วนัก ข้ายังไม่ทันได้กล่าวเตือน แต่ว่าหากพี่หญิงกำลังจะเข้าสู่ขั้นรวมลมปราณ โรคเล็กน้อยเช่นนี้คงไม่มีปัญหาอะไรกระมัง?”
อวี้ซู่เจิน : “……