จะยิ่งเหนือช้ันกว่ามนุษย์ขึ้นไปอีก ถ้าคว้าชัยชนะขาดลอยในศึกชี้เป็นชี้ตายครั้งนี้และฉวยโอกาสส่งกองกําลังไป
จัดการเซิร์กที่เหลืออยู่ทั้งหมดไม่ได้ ในอนาคตมนุษย์จะมีโอกาสน้อยลง สิ่งที่ทําให้ฉินอี้สิ้นหวังยิ่งกว่าเดิมคือการทบทวนการตัดสินใจทั้งหมดของตัวเอง แต่ไม่ว่าจะเค้นหัวคิดและใช้กลยุทธ์ไหน เขาก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่า ศึกครั้งสุดท้ายนั้นคือความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ฉินอี้แบกรับชะตากรรมของมวลมนุษยชาติไว้บนบ่า แต่ชะตากรรมที่ต้องเผชิญคือ
ความตาย
เขาไม่รู้ว่าวันนี้จะมาถึงเมื่อไหร่และไม่รู้ว่าการยืนหยัดของเขาจะมีความหมาย หรือไม่ แม้แต่นักรบอย่างเขาที่เคยชินกับความเป็นความตายก็ไม่สามารถแบกรับทุก อย่างได้ไหว เขาจึงได้แต่จมอยู่กับความสิ้นหวัง…
ลู่จือเหยายิ่งอยากรู้ตอนจบมากกว่าเดิม เขารีบเปิดส่วนสุดท้ายของบทและเริ่ม
อ่านอย่างตั้งใจ
…
เริ่มฉากด้วยภาพระยะใกล้ของฉินอี้ในเคบินสําหรับนอน ช่วงแรกของเรื่องก็มีการถ่ายภาพระยะใกล้แบบนี้ แต่ทั้งสองฉากแตกต่างกันอย่าง
ชัดเจน ครั้งนี้ผมของฉินอี้กระเซอะกระเซิง หนวดเคราไม่ได้โกน ดวงตาหมองคล้ํา สีหน้า ปราศจากความรู้สึก ใบหน้าซีดเซียวและรอยดําคล้ําใต้ตาแสดงให้เห็นถึงสภาพจิตใจที่ ย่ําแย่อย่างยิ่งของเขา
ดวงตาของเขาจับจ้องอยู่บนเพดานแม้จะอยู่ในแคปซูลสําหรับนอน ผ่านไปพัก
ใหญ่เขากก็ะพริบตาหนึ่งครั้ง แสดงให้ทุกคนเห็นว่ายังมีชีวิตอยู่ แม้จะอยู่ในแคปซูลสําหรับ