ึกตกตะลึงอยู่ในใจ ก่อนหน้านี้เขาเคยไปเยือนปฐมบรรพกาลมาแล้ว แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันกลับประทับอยู่ในใจ มรรคาจารย์คนแรกของวิถีเซียนมาจากปฐมบรรพกาลอย่างนั้นรึ!
เจียงฉางเซิงหมุนตัวหันไปมอง เขาเห็นร่างมนุษย์ที่เปล่งแสงสีขาวทั่วตัวอยู่ร่างหนึ่ง ร่างนั้นไม่มีเอกลักษณ์ของบุรุษหรือสตรี ไม่สวมผ้าผ่อนอาภรณ์ เครื่องหน้าทั้งห้าก็มองเห็นไม่ชัด แลดูลึกลับอย่างที่สุด
เจียงฉางเซิงนึกถึงมรรคาที่เขาเคยเห็นในทวนปฐมนิพพานขึ้นมาทันใด มรรคาก็หน้าตาเช่นนี้เหมือนกัน แต่เขามีเพียงครึ่งร่างท่อนบน
หรือว่าช่วงสื่อกับมรรคาจะมีความเกี่ยวพันบางอย่าง
เจียงฉางเซิงมองการฝึกบำเพ็ญของช่วงสื่อต่อไป มรดกมรรคาจารย์มิใช่การพาไปชมจากมุมมองของมรรคาจารย์ในอดีต แต่เป็นการมองจากมุมมองของผู้ชมด้านข้าง ทำเช่นนี้จึงจะไม่สูญเสียตัวเอง ในขณะเดียวกันก็สังเกตได้ถนัดขึ้นด้วยว่ามรรคาจารย์เหล่านี้ฝึกบำเพ็ญอย่างไร
ช่วงสื่อนั่งสมาธิพลางเปลี่ยนท่ามือเป็นบางครั้ง คลื่นพลังรอบกายเขาลึกล้ำหยั่งไม่ถึงมากขึ้นทุกที
นี่คือการฝึกปราณหรือ
แต่เขาดูดซับพลังชนิดใดเข้าไปกันเล่า
ไม่ว่าวิถีบำเพ็ญใดล้วนต้องดูดซับปราณวิญญาณมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังของตนเอง ปราณวิญญาณก็