ฉีเหยียนพาเหล่าเจ้าของร้านข้างทางเข้าไปในครัวของร้านสาว
หน้านิ่ง
ถึงเจ้าของร้านคนอื่นๆ จะไม่เชี่ยวชาญการท าบะหมี่เย็นย่าง แต่
ก็ตามไปกันหมด พวกเขาอยากเห็นว่าจางหยาฮุยจะ ‘แนะน า’ ยังไง
และหน้าที่ของ ‘ที่ปรึกษาด้านอาหาร’ เป็นแบบไหน
หลังจากฉีเหยียนอธิบายสถานการณ์ให้เชฟฟังคร่าวๆ เขาก็
เริ่มท าบะหมี่เย็นย่างทันที
จางหยาฮุยกับเจ้าของร้านคนอื่นๆ ยืนล้อมรอบและฟังอย่างตั้งใจ
เชฟคนนี้เข้าร่วมงานแข่งขันสตรีตฟู้ดที่เพิ่งจัดไปด้วย จึงรู้จัก
จางหยาฮุยและเจ้าของร้านคนอื่นๆ เขารู้สึกอึดอัดที่ต้องท าบะหมี่เย็น
ย่างต่อหน้าเหล่าเจ้าของร้าน แต่ก็ต้องท าเพราะฉีเหยียนบอก
จางหยาฮุยจับตาดูอย่างจริงจังสุดๆ
ระหว่างการแข่งขัน ทั้งคู่อยู่กล่มบะหมี่เย็นย่างเหมือนกันและตอน
นั้นก็ยุ่งอยู่กับการท าบะหมี่เย็นย่าง ไม่มีเวลาสนใจคนอื่น จางหยาฮุย
เลยไม่รู้ว่าฝีมือการท าบะหมี่เย็นย่างของอีกฝ่ายเป็นยังไง
พอได้มาดูใกล้ๆ เขาก็ตระหนักว่าความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ระหว่างบะหมี่เย็นย่างที่เขาท ากับที่เชฟคนนี้ท าคือ ‘ความแม่นย า’
ตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายที่สุดคือ เชฟจะใช้เครื่องจับเวลาเพื่อจับ
เวลาในการย่างบะหมี่เย็น จากนั้นจะใช้เครื่องตรวจอุณหภูมิวัด
อุณหภูมิของบะหมี่เย็นย่าง เมื่อได้อุณหภูมิที่เหมาะสมแล้ว เขาค่อย
ตอกไข่และใส่เครื่องปรุง
จางหยาฮุยอาศัยประสบการณ์ของตัวเองในการท าบะหมี่เย็นย่าง
แต่เขาก็มีพรสวรรค์มากกว่าและท าบ