ลน์และ รายการทีวีด้วย ซึ่งช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์สาวหน้านิ่งในสายตาของ ผู้บริโภคทั่วไปได้ดทีีเดียว
“ตอนแรกหลายคนคิดว่าก็แค่บะหมี่เย็นย่างกับอาหารกินเล่นอื่นๆ แต่พอรายการ ออนไลน์กับรายการทีวีนําเสนอโมเดลธุรกิจ ทุกคนก็ตระหนักว่าแบรนด์สาวหน้านิ่ง กําลังมาแรงและเป็นที่นิยมมาก ก็เลยยิ่งเป็นการกระตุ้นให้รู้สึกอยากทําความเข้าใจ เพิ่มขึ้น
“อีกอย่างเมิ่งชั่งก็ใช้วาทศิลป์ของตัวเองเต็มที่ การบรรยายที่จะจัดต้องดึงดูด ความสนใจได้อย่างกว้างขวางแน่ ผู้คนจะมองเมิ่งชั่งเป็น ‘ที่ปรึกษาทางธุรกิจ’ เพิ่มขึ้น เรื่อยๆ จากนั้นการรับรู้และความไว้วางใจในแบรนด์สาวหน้านิ่งก็ย่อมเพิ่มสูงขึ้นเป็น ธรรมดา”
นี่คือตัวอย่างของคําพูดที่ว่า การตลาดจะชดเชยคุณภาพที่ขาดหายไป สิ่งที่เมิ่งชั่งกําลังทําอยู่ตอนน้ีโดยสรุปคือการตลาด แต่ก็มุ่งเป้าไปหลายด้าน เปิดหน้าร้าน ซื้อคําค้นยอดนิยม ซื้อพื้นที่โฆษณา และอื่นๆ ล้วนแต่ขยายความ นิยมอย่างต่อเนื่อง การให้รายการออนไลน์และรายการทีวีโปรโมตแบรนด์จะทําให้ ลูกค้าเชื่อมั่นในแบรนด์สาวหน้านิ่งมากขึ้น ส่วนการบรรยายเป็นการผูกตัวของเขากับ แบรนด์สาวหน้านิ่งเข้าด้วยกัน ต้องยอมรับเลยว่าวธิีคิดของเมิ่งชั่งนั้นแตกต่างจากคนทั่วไป
วิธีคิดของคนทั่วไปคือ สร้างบริษัทที่ประสบความสําเร็จก่อน จากนั้นก็ผนวก
ตัวเองเข้าไปเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสําเร็จ แต่วิธีคิดของเมิ่งชั่งคือ สร้างตัวเองให้เป็