่นจะทิ้งข้อความที่เถรตรงเกินไปจนเป็นการสปอย
เนื้อหาและลดความสนุกของเกมลง การใช้ข้อความแบบปะติดปะต่อนี้จะเกิดเป็น ‘การแนะนําแบบกลับตาลปัตร’ ให้กับผู้เล่น เพราะการเลือกตัวเลือกเดียวกันในสถานการณ์ต่างๆ จะทําให้ได้ผลลัพธ์ ที่แตกต่างกัน ทําแบบนี้ ผู้เล่นใหม่ก็จะไม่ได้สู้กับแค่เสียงพากย์ แต่ต้องสู้กับข้อความเกรียนๆ
ด้วย ซึ่งจะขัดขวางเส้นทางสู่ความสําเร็จยิ่งกว่าเดิม ระบบการเล่นอีกอย่างที่เพิ่มเข้ามาคือโหมดทะเลาะ สามารถเล่นได้หลังเล่นจบแล้ว
หนึ่งรอบเท่านั้น ในโหมดการเล่นแบบดั้งเดิม ผู้เล่นพูดอะไรไม่ได้ตลอดทั้งเกม แต่เสียงพากย์นั้น พูดไม่หยุด ก่อนผู้เล่นจะเลือกตัวเลือก เสียงพากย์จะโผล่มาชี้นําให้เลือกทางแย่ๆ พอ ผู้เล่นเลือก เสียงพากย์ก็โผล่มาพูดเสียดสี พอถึงตอนจบ เสียงพากย์ก็โผล่มาเยาะเย้ย หรือคัดค้าน สรุปแล้วเสียงพากย์มไีว้เพื่อปั่นประสาทผู้เล่น แต่พอมีโหมดทะเลาะ จุดยืนของทั้งสองฝ่ายก็กลับตาลปัตร!
‘โหมดทะเลาะ’ นี้ทําให้ผู้เล่นไม่ไร้ซึ่งหนทางสู้อีกต่อไป เพราะจะมีผู้ช่วยทะเลาะ ช่วยต่อกรกับเสียงพากย์ ก่อนเลือกตัวเลือก เสียงพากย์จะโผล่มาปั่นหัวให้เลือกทางแย่ๆ ส่วนผู้ช่วย
ทะเลาะจะชี้ให้เห็นข้อเสียของทางเลือกนั้นและข้อดีของการเลือกอีกตัวเลือกหนึ่ง หลังเลือกตัวเลือกแล้ว เสียงพากย์จะพูดเสียดสี ผู้ช่วยทะเลาะก็ช่วยโต้กลับจน
เสียงพากย์เถยีงไม่ออก
ตอนจบเกม ผู้ช่วยทะเลาะจะพูดปลอบหรือแสดงความดีใจกับผู้