บทที่ 763 ชิมบะหมี่เย็น
วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน ตอนเที่ยง ปักกิ่ง ร้านสาวหน้านิ่งสาขาแรก หลี่สือกับเซวียเจ๋อปินเห็นแถวยาวเหยียดตรงหนา้ร้านจากไกลๆ เซวียเจ๋อปินอดตกใจขึ้นมาไม่ได้ “มีคนมาต่อคิวเยอะขนาดนี้กับอีแค่บะหมี่เย็น
ย่างเนี่ยนะ แถมยังเป็นวันอังคารอีก” หลี่สือไม่ออกความเห็น “คงเพราะได้เวลาข้าวเที่ยงพอดีมั้ง ไม่ก็ทําการตลาด
สําเร็จยกใหญ่ คนที่อยู่ใกล้ๆ เองก็อยากกินอะไรใหม่ๆ ปะ ไปต่อคิวกัน” เซวียเจ๋อปินถามขึ้น “โทรหาเมิ่งชั่งโดยตรงเลยดีมั้ยครับ” หลี่สือส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอก เราจะพบรายละเอียดก็ต่อเมื่อสังเกตการณ์อย่าง
ลับๆ รายละเอียดนี้จะเป็นตัวตัดสินว่าจะรุ่งหรือจะเจ๊ง” เซวียเจ๋อปินพยักหน้าแล้วไปต่อท้ายแถวกับหลี่สือเหมือนคนทั่วไปท่ีบังเอิญผ่าน
มา
หลี่สือกับเซวียเจ๋อปินเพิ่งสะสางงานที่สโมสร GOG เสร็จ จากนั้นก็รีบไปที่ปักกิ่ง
โดยไม่หยุดพักเพื่อตรวจดูแบรนด์สาวหน้านิ่ง ถึงลักษณะหลายๆ อย่างของเมิ่งชั่งจะเหมือนพวกต้มตุ๋น แต่อย่างที่หลี่สือบอกไป โปรเจ็กต์อัจฉริยะกับโปรเจ็กต์ต้มตุ๋นนั้นแตกต่างกันที่วิธีคิด ถึงจะเป็นโปรเจ็กต์ต้มตุ๋น ก็ใช่ว่าเป็นไปไม่ไดเ้ลยที่จะลงทุนไมไ่ด้ ไม่ว่ายังไง ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ แบรนด์สาวหน้านิ่งก็เป็นโปรเจ็กต์ที่ควรค่า แก่การลงทุนและตรวจสอบต่อไป
คิวหน้าร้านค่อนข้างยาว แต่คงเพราะแบรนด์สาวหน้านิ่งขายอาหารจานร้อนเป็น หลัก และบะหมี่เย็นย่างก็ผลิตได้ทีละมากๆ อย่าง