การต่อต้านเมื่อได้รู้ว่าตัวเองได้เป็นผู้บัญชาการคนใหม่ แต่หลังจากนั้นก็ ยอมรับหน้าที่นี้ สิ่งสำคัญที่สุดเลยคือ ลู่จือเหยาแสดงอารมณ์เหล่านี้ออกมามากเกินไปไม่ได้ เพราะฉินอี้เป็นทหารที่พบเจอกับความตายตลอดการปฏิบัติภารกิจ เขาย่อม มีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งเป็นธรรมดา ในบทยังระบุไว้ด้วยว่าอารมณ์ของฉินอี้ไม่ค่อยแปรปรวนและไม่ใช่คนตีโพยตี พาย ส่วนใหญ่จะฟังคำอธิบายจาก AEEIS เงียบๆ พูดอีกอย่างคือ ฉินอี้ต้องแสดงอารมณ์ทางสีหน้าให้น้อยที่สุด แต่ก็ต้องสื่อสาร อารมณ์อันซับซ้อนออกไปให้ได้ แถมเขายังต้องเจอกับฉากเขียวเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะใส่เอฟเฟกต์พิเศษเข้ามาที หลัง แต่ลู่จือเหยายังไม่ได้เห็นในตอนนี้ ต้องใช้พลังจินตนาการเอาล้วนๆ เขาต้องแสดงคู่กับเสียงอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งปราศจากอารมณ์ ไม่มีนักแสดง สมทบแม้แต่คนเดียว การแต่งหน้า เสื้อผ้า และพร็อบก็ดูค่อนข้างเรียบง่าย ตามบทแล้ว ฉินอี้เพิ่ง ฟื้นและตื่นขึ้นมาในเคบิน จึงไม่แปลกที่จะยังทำอะไรมากมายไม่ได้ สรุปแล้วเรื่องราวจะออกมายังไงก็ขึ้นอยู่กับฝีมือการแสดงของลู่จือเหยา ล้วนๆ สายตาผู้ชมทุกคนจะจับจ้องอยู่ที่ตัวเอก เสียงปัญญาประดิษฐ์และฉากเขียวที่ ตัดต่อเพิ่มฉากเท่ๆ เข้าไปเป็นแค่ส่วนเสริม
ถ้าลู่จือเหยาแสดงออกมาได้ไม่ดี เอฟเฟ็กต์พิเศษต่างๆ ไม่ว่าจะทำออกมาดี ขนาดไหนก็ไร้ความหมาย
เขาปาดเหงื่อออกจากหน้าผากเงียบๆ