“คุณคิดอะไรไม่ออกเลยเหรอ“อย่าเพิ่งรีบร้อน ค่อยเป็นค่อยไปสิครับ ไหนบอกผมมาทุกอย่างให้ละเอียดว่าคุณรู้สึกยังไง ห้ามตกหล่นตรงไหนแม้แต่นิดเดียวเลยนะครับ”จูเสี่ยวเช่อนั่งอยู่บนโซฟากับลู่จือเหยาในห้องนั่งเล่นของห้องพักระดับสวีทลู่จือเหยายกน้ำอัดลมที่เหลือครึ่งขวดขึ้นจิบ จากนั้นก็เริ่มบ่นให้จูเสี่ยวเช่อฟัง“ผู้กำกับจู ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะวิธีของคุณไม่ดีหรือเพราะผมจับแก่นไม่ได้สั้นๆ คือ ผมจับอะไรไม่ได้เลย“คุณให้ผมมองยูนิตทุกตัวเป็นคนจริงๆ“ผมย้ำตัวเองเรื่องนี้ตลอด ตอนเริ่มเล่นแรกๆ ก็โอเคอยู่หรอก ผมพยายามให้ยูนิตที่เหลือเลือดน้อยอยู่หลังๆ จะได้ไม่มีใครตาย“แต่เล่นไปเรื่อยๆ ถ้าไม่ใส่ใจ คนนั้นก็จะตาย คนนี้ก็จะตาย…“ผมมารู้ทีหลังว่าถ้ายิ่งผมอยากมองยูนิตพวกนี้เป็นคนจริงๆ ผมก็ยิ่งทำไม่ได้!“เพราะถ้าเอาแต่กดดันตัวเองว่ายูนิตพวกนี้คือคนจริงๆ ผมก็จะคิดอย่างมีเหตุผลและจัดการกับสถานการณ์การรบในปัจจุบันไม่ได้“ยิ่งผมเครียด ก็ยิ่งมีคนตายเพิ่ม“เพราะงั้นตอนใกล้จบ การรบเลยยากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายผมก็ไม่สามารถช่วยชีวิตคนพวกนั้นได้“ถึงจะโกหกตัวเองซ้ำๆ ว่ายูนิตพวกนี้คือคนจริงๆ ลึกลงไปในใจผมก็ยังต่อต้านและปฏิเสธความคิดนั้น เพราะงั้นผมเลยคิดแบบที่คุณบอกไม่ได้“สุดท้ายผมก็สับสนและหลงทาง ถึงจะตายกันเป็นเบือก็รู้สึกเฉยๆ ทุกอย่างกลับไปสู่จุดเดิม“สรุปคือผมไม่ได้อะไรจากเกมนี้เลย”พอบ่นเสร็จ ลู่จือเหยาก็หันมองจูเสี่ยวเช่อตอนแร