พอคิดได้แบบนั้น เผยเชียนก็ไตร่ตรองความเป็นไปได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนเขาได้บทเรียนมาสามบทเรียนบทเรียนแรกได้มาจากการร่วมงานกับหร่วนกวางเจี่ยนการร่วมงานกับหร่วนกวางเจี่ยนเหมือนจะค่อนข้างล้มเหลว เพราะหร่วนกวางเจี่ยนเป็นคนวางมาตรฐานคุณภาพงานคอนเซ็ปต์ในเกมของเถิงต๋ามาตั้งแต่เกมแม่ทัพผีความสำเร็จของหลายๆ เกมมาจากคุณภาพอันดีเยี่ยมของงานคอนเซ็ปต์อาร์ตซึ่งดึงดูดใจผู้เล่นได้ตั้งแต่มองแวบแรก งานภาพที่เข้ากับเนื้อหาของเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบกลายเป็นจุดเชื่อมโยงสู่งานศิลป์ในเกมเผยเชียนนึกย้อนกลับไปตอนร่วมงานกับหร่วนกวางเจี่ยนและรู้สึกว่าสาเหตุหลักมาจากดวงมหาเฮงของตัวเองว่ากันตามตรง ตอนนั้นเขาหานักวาดที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง ซึ่งโอกาสเจอเพชรในตมย่อมมีน้อยนิดแต่เขาก็ยังเจอเข้าเม็ดหนึ่งอยู่ดี!จะโทษใครได้เพราะงั้นเผยเชียนจึงรู้สึกว่าต้องหว่านแหให้กว้างรอบนี้ถ้ามุ่งลงทุนแค่หนึ่งหรือสองบริษัทก็อาจพลาดซ้ำรอยเดิมอีก ต้องขยายขอบเขตลงทุนไปให้กว้างขึ้นยิ่งมีกลุ่มตัวอย่างเยอะ ความน่าเชื่อถือก็จะแม่นยำมากขึ้นและอิทธิพลของโชคก็จะน้อยลงบทเรียนที่สองได้มาจากตอนเข้าซื้อฉางหยางเกมส์เผยเชียนจำได้ว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นมากตอนซื้อฉางหยางเกมส์มาใหม่ๆ แต่ทั้งหมดก็ดิ่งลงเหวเพราะเขาไม่ห้ามตัวเอง เขาอยากให้ฉางหยางเกมส์ขาดทุนให้ได้มากขึ้น จึงเปลี่ยนโมเดลการเก็บเงินผู้เล่นของเกมผลกลายเป็นว่า เกมเพลงรบโลหิตกลายเป็นเกมที่เป็น