ายแห่งวงการภาพยนตร์ได้สำเร็จหลังวันพรุ่งนี้ที่สดใสเป็นกระแสโด่งดัง มีหลายเจ้าติดต่องานมา ส่วนใหญ่เสนอราคาให้สูงมากแต่ลู่จือเหยาก็ไม่รับสักเจ้าถ้าไม่ส่งบทมาให้ดู เขาก็รู้สึกกังวล แต่เจ้าที่ส่งบทมาให้ดู เขาก็รู้สึกว่าเป็นบทที่กลวงหลังได้อ่านไม่มีบทไหนให้ความรู้สึกพิเศษเหมือนวันพรุ่งนี้ที่สดใสเลย!มีบทหนึ่งที่ลู่จือเหยาค่อนข้างพอใจ แต่เป็นบทที่คล้ายกันกับวันพรุ่งนี้ที่สดใสซึ่งก็คือบทคนจนที่คลั่งรักจนโงหัวไม่ขึ้นเห็นได้ชัดว่าพวกเขาติดต่อลู่จือเหยามาเพราะเห็นผลงานที่ทำไว้ในวันพรุ่งนี้ที่สดใส แล้วรู้สึกว่าเขาเหมาะกับบทนี้มากลู่จือเหยาไม่ได้ปฏิเสธ เพราะในฐานะนักแสดง เขาต้องมีความเป็นมืออาชีพแต่เขาก็คิดว่าในเมื่อเคยแสดงบทแบบนี้ในวันพรุ่งนี้ที่สดใสไปแล้ว แสดงบทเดิมซ้ำอีกก็ไม่ได้อะไรไม่ช่วยพัฒนาไปไหนลู่จือเหยาคิดว่าฝีมือการแสดงของตัวเองพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดตอนถ่ายวันพรุ่งนี้ที่สดใสและได้มีส่วนร่วมอย่างมากกับกระบวนการถ่ายทำ เขาไม่เคยสัมผัสประสบการณ์แบบนี้ในกองถ่ายไหนมาก่อนเพราะงั้นเขาจึงยังลังเลอยู่กว่าจะลบฉายาพิษร้ายของวงการหนังได้ก็ยากมากแล้ว ถ้าเผลอเลือกแสดงหนังแย่ขึ้นมา ความพยายามทั้งหมดจะไม่สูญเปล่าเหรอลู่จือเหยาถามตัวเองอยู่ซ้ำๆ เขาไม่ใช่นักแสดงที่เลือกบทได้เก่งบางบทอาจดูดี แต่ก็ไม่รู้ว่าระหว่างถ่ายทำจะเกิดอะไรบ้าง เขาต้องระวังตัวเพราะตอนนี้อยู่ในช่วงขาขึ้นซึ่งผู้กำกับจูเสี่ยวเช่อก็โท