คลิปของทั้งสองฝั่งนั้นไปในทางเดียวกันสุดๆ
ทั้งสองฝั่งต่างก็เปิดโปงปัญหาสารก่อมะเร็งในอพาร์ตเมนต์ การตัดต่อและ การลงรายละเอียดของอีกฝั่งไม่ดีเท่า แต่ตรวจสอบครอบคลุมทุกบริษัทในตลาด รวมถึงอพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความที่เป็นสื่อวิจารณ์ในแวดวงเทคโนโลยี จึงมีความ น่าเชื่อถือสูง ให้บุคคลที่สามออกมาเปิดโปงย่อมได้ผลดีกว่าเฟยหวงสตูดิโอลงมือ เอง เพราะเฟยหวงสตูดิโอกับอพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยมีผลประโยชน์โดยตรง จากเรื่องนี้
ทำให้เฟยหวงสตูดิโอที่กำลังทำคลิปนี้ตกอยู่ในสถานการณ์ชวนกระอัก กระอ่วนใจ
จูเสี่ยวเช่อคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เรนเดอร์เสร็จก็เก็บคลิปไว้ ไม่ต้องลง”
ทีมงานตัดต่ออึ้งไป “งั้นเราก็เสียแรงไปเปล่าๆ สิครับ”
จูเสี่ยวเช่อส่ายหน้า “ไม่หรอก เราทำสิ่งที่ถูกต้อง ถึงไม่มีใครรู้ แค่เราได้ทำก็ ถือว่ามีความหมายแล้ว”
ไม่จำเป็นต้องโพสต์คลิปซ้ำอีก
ปัญหาถูกเปิดโปงและเรียกความสนใจได้เพียงพอแล้ว จะเกิดอะไรต่อไปก็ไม่ เกี่ยวกับเถิงต๋า
ก่อนหน้านี้ จูเสี่ยวเช่อกับคนอื่นๆ หาบุคคลที่สามที่เป็นองค์กรประเมินไม่ได้ เพราะสองเหตุผล
ข้อแรก ระดับของแต่ละองค์กรประเมินนั้นไม่เท่ากัน ผลลัพธ์ของคลิปจึงไม่ แน่นอน เฟยหวงสตูดิโอเองก็ยื่นมือเข้าไปยุ่งกับงานคนอื่นๆ ไม่ได้ ผลลัพธ์จริงที่ ออกมาอาจจะต่างจากที่คิดไว้ไปไกล