“จากบทวิเคราะห์ของคุณเหออัน เกมดิ้นรนขัดกับทฤษฎีพื้นฐานทั้งหมดใน เบื้องหน้า แต่เมื่อพิจารณาลึกลงไปจะพบว่าเกมนำทฤษฎีพื้นฐานทั้งหมดมา พัฒนาไปสู่จุดสูงสุดใหม่
“ซึ่งก็เหมือนกับแนวคิดเรื่อง ‘การดิ้นรน’ เนื้อหาหลักของเกมคือความคิด รวบยอดของการดิ้นรน โดยคอยนำเสนอให้เราเห็นว่าคนรวยดิ้นรนอยู่บนหมู่เมฆ ส่วนคนจนดิ้นรนอยู่บนโคลนตม
“คนรวยจะโกหกคนจนว่าพวกเขาสามารถไต่ขึ้นมาบนเมฆได้ถ้าดิ้นรนหนัก มากพอ คนจนก็จะโกหกลูกด้วยเจตนาที่ดีว่าพวกเขาเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ถ้าดิ้นรน อย่างเต็มที่
“เกมเปิดโปงคำโกหกอย่างไร้ความปรานี เพื่อให้หลายคนที่โดนหลอกตาสว่าง
“ในเบื้องหน้า เกมเหมือนปฏิเสธว่าการดิ้นรนจะช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ เหมือนบอกว่าคนรวยอยู่บนหมู่เมฆ ส่วนคนจนอยู่ในโคลนตม ไม่ว่าจะดิ้นรน ขนาดไหนก็ไม่สามารถเปลี่ยนความแตกต่างอันใหญ่หลวงระหว่างทั้งสองชนชั้นได้
“แต่ส่วน ‘วัฒนธรรมบริโภคนิยม’ ทำให้เราย้อนมาเปรียบเทียบกับชีวิตจริง แล้วพบว่าเรายังสามารถดิ้นรนเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองได้
“การดิ้นรนนี้ไม่ใช่พฤติกรรมเฉพาะ แต่เป็นสภาวะของจิตใจและทางเลือก ก่อนจะจมลึกลงไปในโคลนตมจนกลับขึ้นมาไม่ได้ เราสามารถหาโอกาสมากมาย ในการมีชีวิตที่ดีขึ้นและสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับตัวเอง นี่สิคือการดิ้นรน