“อันดับแรก เหมือนเรื่องราวและหนังส่วนใหญ่ ฉากจบแบบเดียวช่วยยืนยัน ความสมบูรณ์ของเรื่องราวทั้งหมด และช่วยเปิดให้ผู้สร้างสื่อสารแนวคิดออกไปได้
“ตัวเอกคนรวยจิตใจดีจบอย่างน่าอนาถ ตัวเอกคนจนจิตดีก็จบอย่างน่าอนาถ เหมือนกัน เรื่องราวจะตึงเครียดขึ้น ถ้าใช้ตอนจบแบบแฮปปี้ ความตึงเครียดของ เรื่องก็จะลดลง แนวคิดที่ผู้สร้างต้องการสื่อสารก็จะเป๋ไป
“สอง นี่คือแนวคิดการยอมจำนนต่อโชคชะตาในขั้นที่สูงขึ้น โดยไม่ได้เน้นย้ำ ว่าคนเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้ แต่เน้นย้ำว่าในสภาพแวดล้อมของ สังคม ตัวเลือกบางอย่างแค่เพียงตัวเลือกเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทั้งชนชั้นได้
“เป็นไปได้ที่คนรวยจะตายหรือได้ดื่มด่ำกับชีวิตวัยชรา ส่วนใหญ่แล้วก็มักได้ ดื่มด่ำกับชีวิตวัยชรา แต่ความเกลียดชังระหว่างชนชั้นนั้นเกิดขึ้นแล้ว ความเกลียด ชังที่คนจนมีต่อคนรวยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้น ‘การฆ่าคนรวย’ จึงเป็น เรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ความแตกต่างมีแค่ ‘ใครเป็นคนฆ่าคนรวย’ กับ ‘คนรวยคน ไหนถูกฆ่า’
“คนจนอาจตอบโต้กลับและรวยขึ้นมา หรืออาจล้มละลายกลายเป็นขอทาน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างคนรวยกับคนจนก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง เหมือนอย่างในเกม
ถ้าคนจนโดนคนรวยฉกฉวยโอกาสด้วยวิธีการต่างๆ คนจนก็จะจนไปตลอด ถึงจะ มีข้อยกเว้นเป็นบางราย แต่ถ้ามองทั้งกลุ่มก้อน ก็ยิ่งกลายเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก หนักขึ้นเรื่อยๆ