เสียงเพลงดังขึ้น เพลงประกอบไม่ได้ชวนสนุกหรือชวนเศร้า บอกได้แค่ว่าเป็นเพลงที่ลื่นไหลไป กับการบรรยายของตัวเอกและภาพเหตุการณ์ต่างๆ บนจอ “พ่อผมเป็นผู้ใจบุญและผู้ก่อตั้งแบรนด์หรู พ่อเคยเป็นคนร่าเริงและมักได้ไป ออกทีวีและขึ้นปกนิตยสารอยู่บ่อยๆ เพราะหน้าตาอันหล่อเหลา “จนเกิดเหตุปล้นจี้ก่อนผมลืมตาดูโลก “หลังจากนั้น พ่อแม่ผมก็เก็บเนื้อเก็บตัวสุดๆ ผมได้รับการปกป้องอย่างดี เยี่ยม และแทบจะไม่ถูกกล่าวถึงโดยสื่อ ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตความเป็นอยู่ในแต่ละวัน ของเราเป็นยังไง “หลังผมเกิดได้ไม่นาน แม่ก็ลาออกจากงานเพื่อมาดูแลผมเต็มเวลา ไม่ว่ายุ่ง ขนาดไหน พ่อก็จะหาเวลามาให้ผมตลอดด้วยเหมือนกัน “พ่อผมเจอโรงเรียนอนุบาลดีๆ แต่อยู่ไกลจากบ้านมาก ใช้เวลาเดินทาง ประมาณสี่สิบห้านาที ซึ่งพ่อผมจะจ้างคนขับรถก็ได้ แต่พ่อก็ยังเลือกไปรับไปส่ง ผมสัปดาห์ละสองครั้ง ทำอยู่แบบนั้นอยู่สามปีจนผมขึ้นชั้นประถม “พ่อมักเล่านิทานให้ผมฟัง ช่วยผมทำการบ้าน ไปร่วมกิจกรรมครอบครัวที่ โรงเรียน และเตรียมอาหารเย็นให้เป็นประจำหลังเลิกงาน “ผมเลยไม่เข้าใจเวลาเพื่อนบอกว่าพ่อแม่ไม่มีเวลาให้
“มีใครยุ่งกว่า CEO บริษัทด้วยเหรอ”
ระหว่างการบรรยายของตัวเอก ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ก็ปรากฏขึ้นบนจอ
เป็นภาพเหตุการณ์ตอนตัวเอกเกิดในห้องคลอดสุดหรู