“ฟรีแลนซ์ที่ไม่มีความรับผิดชอบบางคนอาจจะคิดว่าตัวเองควรโกงเอาเงินให้ ได้มากที่สุดและทำงานส่งๆ ออกมาให้ลูกค้า ถ้าลูกค้าไม่ติอะไรก็จะได้เงินมาง่ายๆ ประหยัดทั้งแรงและเวลา ถ้าลูกค้าอยากแก้ ก็แก้ได้ง่ายกว่าการเริ่มทำใหม่ตั้งแต่ ต้น
“พฤติกรรมแบบนี้ทำลายความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อฟรีแลนซ์ ลูกค้าหลาย คนจะคิดว่าพวกฟรีแลนซ์นั้นไม่มีความรับผิดชอบ ในเมื่อเวอร์ชันแรกที่ส่งมานั้น ใช้การไม่ได้ก็ต้องให้แก้ แล้วค่อยเลือกงานที่น่าพอใจที่สุดหลังให้แก้อยู่หลายครั้ง ถึงจะคุ้มเงินที่จ้างไป
“นอกจากนี้ ลูกค้าเป็นคนจ่ายเงินจึงเป็นฝ่ายที่ถือไพ่เหนือกว่า เพื่อให้เห็น ผลลัพธ์ของการทำงาน คนคุมงานก็จะเสนอให้แก้งานเพิ่มเรื่อยๆ ถ้างานผ่าน ตั้งแต่แรกก็จะทำเมินเพื่อที่จะได้หาจุดติได้
“ด้วยเหตุนี้ สุดท้ายแล้วเพราะลูกค้าและฟรีแลนซ์ต่างก็คิดว่าการร่วมงานกัน เป็นเหมือนเกมผลรวมศูนย์ ลูกค้าคิดว่าตัวเองจะขาดทุนถ้าตกลงรับงานตั้งแต่ เวอร์ชันแรก ส่วนฟรีแลนซ์ก็จะคิดว่าตัวเองขาดทุนถ้าทุ่มเทเต็มที่ตั้งแต่รอบแรก
“ทั้งสองฝ่ายดึงเชิงกันและเข้าสู่วงจรอุบาทว์ ยิ่งลูกค้าอยากแก้ ฟรีแลนซ์ก็ยิ่ง ไม่ค่อยทุ่มเทกับงานเวอร์ชันแรก ยิ่งฟรีแลนซ์ไม่ทุ่มเทกับงานเวอร์ชันแรก ลูกค้าก็ ยิ่งอยากให้แก้
“พอเวลาผ่านไปก็กลายเป็นสถานการณ์อย่างในปัจจุบัน