ว่าบริษัทที่สร้างเกมสุดห่วยอย่างเกมโดดเดี่ยวเดียวดายกลางทะเลทรายจะเปลี่ยนแปลงไปได้ในเวลาไม่ถึงปี แถมยังเติบโตขึ้นมาขนาดนี้
“ชีวิตคนเรานี่มีแต่เรื่องคาดเดาไม่ได้จริงๆ”
เฉียวเหลียงเก็บกระเป๋า กินผลไม้ และพักผ่อนบนโซฟา
เขาไม่ได้พกสัมภาระมาเยอะ นอกจากโน้ตบุ๊กส่วนตัวกับอุปกรณ์ดิจิทัลอื่นๆ แล้ว ก็มีแค่เสื้อผ้าที่เตรียมเอามาซักใส่ซ้ำเรื่อยๆ
ที่โรงแรมมีบริการซักรีด เขาเอาเสื้อผ้าที่ใส่แล้วไปหย่อนตะกร้าไว้ได้ จากนั้นรูมเซอร์วิสก็จะมาเก็บไปแล้วเอากลับมาคืนหลังจากซักรีดเสร็จเรียบร้อย
ก่อนเดินทาง เฉียวเหลียงกังวลเรื่องมาตรฐานที่พักของที่นี่ เขาห่วงเรื่องซักเสื้อผ้า แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้วก็ไม่มีอะไรให้กังวล
เขานั่งสบายบนโซฟา เสียดายที่วันนี้เป็นวันฟ้าครึ้ม ไม่ค่อยมีแสงแดด ไม่อย่างนั้นคงจะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของแสงอาทิตย์บนโซฟา ทำให้ยิ่งสบายกายขึ้น
แต่อากาศอึมครึมก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของเฉียวเหลียง หลังจากพักผ่อนครู่หนึ่ง เขาก็เดินลงไปที่โถงกว้างด้านล่าง จากนั้นเสี่ยวซุนก็นำทางเขาไปที่บริษัทเถิงเต๋าเน็ตเวิร์กเทคโนโลยี
เขาตื่นเต้นมากเมื่อคิดว่าจะได้เจอบอสเผยตัวเป็นๆ
เฉียวเหลียงคิดมาตลอดว่าตัวเองกับบอสเผยเข้าใจซึ่งกันและกันดี มีแค่คนแบบเขาที่จะเข้าใจความหมายอันลึกซึ้งที่แฝงอยู่ในเกมนักออกแบบเกมและกลยุทธ์การจัดฉากเพื่อโฆษณาเกม
ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ก็ไม่รู้ว่าคนอื่นจะเข้าใจความตั้งใจของบอส