ก็ไม่น่าจะเหนื่อย
จางจู่ถิงเห็นสารรูปตัวเองแล้วก็รู้สึกห่อเหี่ยว
ฉันเป็นใคร
ตอนนี้อยู่ไหน
กำลังทำอะไรอยู่
หลังจากมื้ออาหารเมื่อคืน จางจู่ถิงก็ตัดสินใจจะดึงทักษะการแสดงเกินร้อยเปอร์เซ็นต์มาใช้ในการถ่ายทำครั้งนี้เพื่อตอบแทนล็อบสเตอร์ของบอสเผย
แต่พอมาถึงสตูดิโอ เขาก็พบว่าทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่คิดไว้
นี่มันอะไรกันเนี่ย
ทำไมชุดกับพร็อบถึงได้เว่อร์ชะมัด
จางจู่ถิงเคยถ่ายงานย้อนยุคมากก่อน แต่ก็ไม่เคยเห็นชุดเกราะกับอาวุธที่เว่อร์ขนาดนี้
ดาบในมือที่ถืออยู่ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีเลข ‘-1’ ปรากฏขึ้นบนหัวเรื่อยๆ บ่งบอกค่าสติปัญญาที่ลดลง
เขาหันมองบอสเผยด้วยแววตาสงสัย แต่บอสเผยกลับชูนิ้วโป้งให้ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะพอใจกับเซ็ตติ้งนี้
“นี่บทค่ะ ลองอ่านดูนะคะ บทง่ายมากๆ มีไม่กี่ประโยคเอง” สตาฟคนหนึ่งยื่นบทให้เขา
บทยาวแค่หนึ่งหน้ากระดาษ แถมยังใช้ฟ้อนต์ขนาดใหญ่เหมือนกลัวว่าจางจู่ถิงจะอ่านไม่ถนัด
จางจู่ถิงมั่นใจมาก
การจำบทถือเป็นของกล้วยๆ
เขาไม่ใช่พวกมือสมัครเล่นที่ตะโกนหนึ่งสองสามสี่แล้วค่อยมาพากย์เสียงใส่ทีหลัง จางจู่ถิงมั่นใจมากว่าอ่านแค่สองสามรอบก็น่าจะจำบทได้
ถึงจะต้องให้คนไปพากย์เสียงใส่ที่หลังเพราะสำเนียงฮ่องกง แต่อย่างน้อยเขาก็สามารถขยับปากให้ตรงกับคำพูดได้
เขาอ่านบทดู
“สวัสดีครับทุกคน! ผมจางจู่ถิงเอง ผมเล่นหนังมาหลายเรื่อง แต่เรื่องเกมต้องยกให้เพลงรบโลหิตเวอร์ชันอัปเกรดเท่านั้น เกมนี้ยุติธรรมสุ