จางเหว่ยไม่ต้องกังวลเรื่องเผยเชียนเลย
จางเหว่ยน่าจะมีเป้าหมายบางอย่างถึงชมเผยเชียนแบบนี้
“เรื่องมันเป็นอย่างนี้ คือตอนนี้ใกล้จะเข้าช่วงจบการศึกษาแล้ว เด็กปีสุดท้ายที่เก่งๆ บางคนยังหางานไม่ได้เลย คุณพอจะแนะนำเด็กพวกนี้ให้บริษัทที่คุณทำงานอยู่ได้มั้ย”
เด็กเก่งๆ เหรอ มาถามผิดคนแล้ว
เผยเชียนโยนหน้าที่ไปทางอื่นตามสัญชาตญาณ “ทำไมไม่ให้พวกเขาเข้าระบบหางานของมหา’ลัยล่ะครับ”
จางเหว่ยกระแอมกระไอ “ระบบหางานของมหา’ลัยเหรอ… ผมว่าน่าจะไม่มีงานที่เหมาะกับพวกเขาแหละ เลยเป็นปัญหามาจนถึงตอนนี้”
เผยเชียนเข้าใจทันที
อ๋อ พวกนี้หางานไม่ได้นี่เอง!
เห็นได้ชัดว่าการเรียกนักศึกษาเหล่านี้ว่าเป็น ‘เด็กเก่ง’ คือการพูดให้ดูดี เผยเชียนเกือบจะเข้าใจจางเหว่ยผิดไป
จริงๆ แล้วเด็กพวกนี้คือพวกที่หางานไม่ได้แม้จะผ่านระบบหางานของมหาวิทยาลัยมาแล้ว
มหาวิทยาลัยฮั่นตงเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดัง มีอัตราการจ้างงานสูงถึง 90% แต่ก็ย่อมมีนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่หางานไม่ได้หลังเรียนจบ
แถมตัวเลข 90% ก็พูดเกินจริง เพราะทุกปีจะมี ‘ช่วงที่ลำบากที่สุดของเด็กจบใหม่’ เป็นเรื่องยากมากที่จะหางานที่พอใจได้ นักศึกษาส่วนใหญ่จึงลองเข้าไปทำงานชั่วคราว สองสามเดือนก็ลาออกมา
คนที่ทำงานกับที่บ้านก็คือว่ามีการจ้างงาน
สำหรับทางมหาวิทยาลัยแล้ว โดยเฉพาะกับตัวอาจารย์อย่างจางเหว่ย การเพิ่มอัตราการจ้างงานเป็นเรื่องที่ยากมาก อาจพูดได้ว่าอัตราการจ้างงานก็เหมือนใ