รู้ว่าบอสเผยเป็นใครกันแน่”
เผยเชียน “…”
ทำตัวดี ไม่ถือตัวเหรอ
เล่นฉันซะอ่วมต่างหาก!
เผยเชียนอยากจะด่าออกไปใจแทบขาด แต่ก็ทำได้แค่ยกกาแฟขึ้นจิบเงียบๆ ไม่ตอบโต้อะไร ปล่อยให้บทสนทนาไหลไปเรื่อยๆ
“เหมือนว่าพ่อของคุณจะไม่อยากให้น้องคุณทำงานในอุตสาหกรรมเกมนะครับ”
เผยเชียนพูดขึ้นเรียบๆ เพื่อลองหยั่งเชิง
เขาไม่รู้ว่าหลินฉางคิดเหมือนกันกับพ่อของหลินหวานหรือเปล่า และไม่รู้ว่าสถานการณ์ในตระกูลหลินเป็นยังไง
ถ้าลองถามหยั่งเชิงไปแบบนี้ เขาก็จะได้รู้สถานการณ์ในครอบครัวของอีกฝ่าย รวมถึงความคิดของหลินฉางด้วย
เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายคิดยังไง ตอนที่เขาส่งหลินหวานไปอีกที่ก็จะได้ไม่เกิดปัญหา
หลินฉางดูจะทำตัวไม่ถูก “ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะรู้สึกยังไงดี
“ถ้าให้พูดตรงๆ ที่น้องหวานกำลังทำอยู่ถือว่าไม่มีประโยชน์ ถ้าจะรับช่วงกิจการต่อก็ลงทุนตั้งบริษัทเกมของตัวเองขึ้นมาก็ได้
“แต่น้องค่อนข้างหัวแข็ง ยืนกรานว่าจะเป็นนักออกแบบเกม
“ถ้าว่ากันตามเหตุผล ผมก็เห็นด้วยกับพ่อผมนะ แต่ถ้ามองเรื่องความรู้สึก ผมก็เข้าใจว่าทำไมน้องหวานถึงเลือกแบบนี้
“เพราะ… ผมก็เคยฝันอยากเป็นนักร้องนำของวงดนตรีสักวง มาคิดๆ ดูแล้วก็เสียดายเหมือนกันที่ไม่ยอมดื้อบ้าง”
เผยเชียนเบ้ปาก
โอเค พี่น้องสี่คนนี้เก่งหลายด้าน สนใจหลายอย่างสินะ
ฟังจากที่หลินฉางพูดแล้ว เขาอยากจะไล่ตามความฝัน แต่โดนพ่อบังคับให้ทิ้งความฝันในการเป็นนักร้องแล้วหันมารับช่วงต่อกิจการครอบครัว