กต่อไปแล้ว!
…
เฉินเหล่ยร้องเพลงจบไปแล้ว แต่เสียงโห่เชียร์และเสียงปรบมือยังดังกึกก้องอยู่
“สวัสดีครับเมนเทอร์ทุกคน ผมเฉินเหล่ยมาจากจิงโจว”
หลังจากถามคำถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวคร่าวๆ กับเฉินเหล่ยเสร็จ เมนเทอร์คนหนึ่งก็เข้าประเด็นทันที “เห็นว่าเพลงชื่อว่ารอคอยเป็นเพลงรัก
“พอได้ฟังคุณร้องเมื่อกี้ ดิฉันอยากบอกเลยว่าเนื้อเพลงแต่งมาได้ดีจริงๆ! เป็นเนื้อเพลงที่แต่งออกมาจากเรื่องราวของตัวเอง
“ในคืนอันเงียบงัน มีแค่เธอที่เข้าใจความทุกข์ของฉัน ไม่ว่าจะห่างไกลกันสักเท่าไร ฉันไม่มีทางลืมเธอ เครื่องดื่มเมาใจ…
“เพลงนี้แต่งให้แฟนรึเปล่าคะ เธอกำลังรอคุณอยู่ที่ไหนสักแห่งใช่มั้ย”
เฉินเหล่ยยิ้มอย่างขวยเขิน เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คุ้นชินกับการแสดงต่อหน้าคนเยอะๆ จึงรู้สึกประหม่ามาก
“เปล่าครับ
“ผมแต่งเนื้อเพลงนี้ให้กับสถานที่แห่งหนึ่ง เป็นร้านอินเทอร์เน็ตที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนบ้าน
“จริงๆ แล้วผมเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง พอเรียนจบมัธยมก็หางานไม่ได้เลย แล้ววันหนึ่งบังเอิญเดินผ่านร้านอินเทอร์เน็ตแห่งหนึ่งเข้า…”
หลี่สือที่นั่งอยู่มุมหนึ่งของชั้นสองมือสั่นระริก
เขาเหลือบมองเผยเชียนที่กำลังจดจ่ออยู่กับจอขนาดใหญ่ตรงหน้า แผ่นหลังของอีกฝ่ายทำให้หลี่สือรู้สึกเหมือนมีภูเขาขนาดยักษ์กดทับตัวเองอยู่!
“หรือว่า…เขาตั้งใจจะให้ฉันรู้เรื่องนี้”
หลี่สือรู้สึกชาไปถึงขั้วหัวใจ
บนหน้าจอ เฉินเหล่ยกำลังเล่าเรื่องราวของเขา