และเก็บจานแค่บ้านเดียวในแต่ละรอบ
ถึงจานชามที่ใช้จะเป็นของดี แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะมีของชำรุดหรือหาย เผยเชียนสั่งไว้ว่าถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก็ไม่ต้องไปไล่เอาผิดกับลูกค้า ยกเว้นจะเกิดกรณีซ้ำเดิมบ่อยๆ
พวกเขายังไม่เจอลูกค้าแบบที่ว่า แต่หม่าหยางก็อดปวดใจไม่ได้ที่เห็นจานชามพังเสียหายกลับมาเป็นครั้งคราว
ถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่มีทางทำเงินได้แน่
ทั้งสองนั่งเศร้าใจกันเงียบๆ
หม่าหยางดื่มเครื่องดื่มจนหมดแล้วหันมองไปรอบร้าน ก่อนจะขมวดคิ้ว “แปลกจัง ทำไมผมรู้สึกว่าวันนี้มีลูกค้าน้อยกว่าทุกวัน”
จางหยวนผงะไป “หืม จริงเหรอ”
เขาไม่ทันสังเกต เพราะช่วงกลางวัน ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูก็ไม่ค่อยมีลูกค้าเข้าอยู่แล้ว ปกติจะมีลูกค้าประมาณสิบคนมานั่งเล่นอินเทอร์เน็ต ส่วนที่มานั่งจิบกาแฟในโซนคาเฟ่ก็มีจำนวนเท่าๆ กัน
ตอนนี้เป็นช่วงเช้าของวันธรรมดาจึงเป็นเรื่องปกติที่จะไม่ค่อยมีลูกค้า
แต่พอหม่าหยางบอกมาอย่างนั้น จางหยวนก็ตระหนักว่าวันนี้มีลูกค้าน้อยกว่าทุกวันจริงๆ!
โซนร้านอินเทอร์เน็ตมีลูกค้านั่งอยู่แค่สองคน ส่วนโซนคาเฟ่มีอยู่คนเดียว
“อาจจะบังเอิญแหละมั้ง” จางหยวนพูด
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังนั่งสงสัย พนักงานโมหยูเดลิเวอรี่คนหนึ่งก็เปิดประตูถือใบปลิววิ่งเข้ามา
“บอสหม่า บอสจาง แย่แล้วครับ!
“ดูใบปลิวพวกนี้สิครับ!”
หม่าหยางกับจางหยวนรับใบปลิวมาดูด้วยความงุนงง
สถานการณ์ของโมหยูเดลิเวอรี่ในตอนนี้ไม่ได้เลวร้ายมาก ยังพอมีลูกค้าใ