ยูขาดทุนให้มากกว่านี้ก่อนค่อยเข้าไปยื่นข้อเสนอ
ตอนแรกหลี่สือตั้งใจจะรออีกสักสองสัปดาห์ถึงหนึ่งเดือน แต่ดูจากสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว เขาไม่น่าจะต้องรอนานขนาดนั้น
ไหนๆ บอสใหญ่ก็กำลังประสบปัญหาอยู่ ถือเป็นโอกาสเหมาะที่จะเข้าไปลองเชิงดู
รอต่อไปอาจจะเสียโอกาสทองนี้ไปได้
ถ้าจู่ๆ บอสใหญ่เกิดขายกิจการให้คนอื่นขึ้นมาก็ขาดทุนกันพอดี
คิดได้อย่างนั้น หลี่สือก็จัดปกคอเสื้อก่อนจะลุกออกไปโทรศัพท์
เนื่องจากเขาเป็นเจ้าของบริษัทด้านการลงทุน หลี่สือจึงเข้าหาเผยเชียนตรงๆ ไม่ได้ เพราะจะดูเร่งรีบและขาดความเป็นมืออาชีพ
เขาตั้งใจจะสั่งให้ลูกน้องติดต่อไปหาร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูก่อนว่าอยากเจรจาลงทุนด้วย จากนั้นค่อยหาโอกาสเหมาะๆ เข้าไปคุย ทำแบบนี้จะเหมาะสมและถูกหลักการมากกว่า
จริงๆ แล้วโปรเจ็กต์ลงทุนส่วนใหญ่จะเข้ามาหาหลี่สือเอง
นายทุนจากหลากหลายบริษัทมักจะขนเอกสารข้อมูลตั้งใหญ่เข้ามาขอพบหลี่สือเพื่อขอให้เข้าร่วมลงทุนด้วย แต่ส่วนใหญ่หลี่สือก็แค่อ่านคร่าวๆ แล้วปัดตักไป เก็บไว้แค่ไม่กี่โปรเจ็กต์ที่สนใจจริงๆ
ธุรกิจแบบร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูถือเป็นข้อยกเว้น
หลี่สือจุดบุหรี่สูบเงียบๆ ด้านนอกร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูขณะรอฟังข่าวดีจากลูกน้อง
…
เผยเชียนมองลายมือหวัดๆ ของตัวเองที่เขียนคำนวณดูคร่าวๆ ดูเหมือนว่าเขาน่าจะทำให้บริษัทขาดทุนได้สองถึงสามแสนหยวน
จะเป็นตามนี้ได้ต้องไม่มีใครสร้างเรื่องในวินาทีสุดท้าย
ถ้ามีรายได้ไม่คาดฝัน