“บอสเผย มีอะไรให้ช่วยเหรอครับ…”
เสียงโจวมู่หยันที่ดังผ่านโทรศัพท์ดูไม่มีชีวิตชีวา
ตั้งแต่ที่เจอกันครั้งล่าสุดตอนปลายปีก่อนที่กว่างโจว ทั้งสองก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก
เหตุผลหลักก็เพราะเกมฐานทัพกลางทะเลประสบความสำเร็จแซงหน้าเกมกระสุนเพชฌฆาตไปไกล ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองที่เปราะบางอยู่แล้วยิ่งแย่ลงไปอีก
เกมฐานทัพกลางทะเลได้ขึ้นเป็นเกม FPS ผลิตภายในประเทศอันดับหนึ่ง มีฐานผู้เล่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เลิกแข่งกับเกม FPS ภายในประเทศด้วยกันไปนานแล้วและหันไปแข่งกับเกม Counter Strike แทน
ส่วนเกมกระสุนเพชฌฆาต หลังจากทุ่มโฆษณาครั้งใหญ่ตอนปล่อยเกมก็เป็นที่นิยมน้อยลงเรื่อยๆ ถึงจะยังทำเงินและพอไปต่อได้ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าผลประกอบการไม่ถึงเป้าที่โจวมู่หยันตั้งเอาไว้ในตอนแรก อีกทั้งยังโดนเกมฐานทัพกลางทะเลทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ
ทั้งสองเกมมีการออกแบบที่แตกต่างกันมาก ตอนเถิงต๋าไปดูงานที่เทียนหัวสตูดิโอ โจวมู่หยันนำเสนอแนวคิดการออกแบบเกมกระสุนเพชฌฆาตอย่างภาคภูมิใจ
ตอนนั้นเขามั่นใจมาก
ส่วนเผยเชียนที่นั่งฟังอยู่ก็พยักหน้าและยิ้มไปด้วยตลอด สายตาดูชื่นชมไม่น้อย
แต่โจวมู่หยันรู้แล้วว่าตอนนั้นบอสเผยแค่แสร้งทำ!
ตอนเปิดให้บริการเกมฐานทัพกลางทะเล โจวมู่หยันไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แต่ความนิยมของเกมนั้นกลับพุ่งขึ้นไม่หยุดจนเขาเริ่มคิดว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล
พอสืบดูนิดหน่อยก็พบว่าเกมฐานทัพกลางทะเลแทบจะคลานตามเกมกระสุนเพชฌฆาตมา