นี้ไป
ถ้าให้ไปปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้ นอกจากจะต้องเริ่มต้นใหม่ในสถานที่ไม่คุ้นเคยแล้ว เฉินเหล่ยน่าจะไม่สามารถสู้ค่าที่พักและค่าครองชีพได้ไหว
เพราะเขาจะไม่มีรายได้อีก
ดังนั้นเผยเชียนต้องช่วยพังกำแพงที่ขวางเฉินเหล่ยไว้ เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ก้าวเดินต่อไปอย่างไร้กังวล
เผยเชียนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “ถ้าคุณอยากไปตามฝันด้านดนตรีที่เมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ ผมช่วยคุณได้
“ตอนนี้เฟยหวงสตูดิโอ บริษัทลูกของเถิงต๋าประจำอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ผมย้ายคุณไปทำงานที่นั่นกับเฟยหวงสตูดิโอได้ คุณไม่ต้องทำอะไรเลย เดี๋ยวพวกเขาจะจัดการเรื่องที่พักกับอาหารการกินให้ งานก็ไม่ต้องทำ คุณทำตัวตามสบายและไล่ตามความฝันได้ตามสะดวก แบบนี้เป็นไง”
ฝั่งหนึ่งเป็นชีวิตปัจจุบันที่กำลังสนุกสนาน ส่วนอีกฝั่งเป็นสถานที่แปลกใหม่อันห่างไกล
เฉินเหล่ยไม่ได้ลังเลใจอะไรนัก “บอสเผย ผม…ผมอยากไปครับ!”
…
วันต่อมา
ช่วงกลางคืน
คนยังดูคับคั่งเหมือนเดิม แต่ทุกคนจับสังเกตได้ว่าเฉินเหล่ยดูมีอะไรอยู่ในใจ
“ด้านนอกระเบียง บนถนนเก่า หญ้าเหยียดสูงแตะฟ้า…
“ขอถามเพื่อนเอ๋ย จากไปรอบนี้เมื่อไหร่เจ้าจะกลับ…”
เฉินเหล่ยร้องเพลงไปเรื่อยๆ เหมือนเคย ไม่ได้ปริปากพูดอะไร
แต่แฟนๆ รู้สึกได้ว่ามีอะไรแปลกๆ เมื่อได้ฟังเขาร้องเพลง
“แปลกจัง ทำไมเพลงคืนนี้มีแต่เพลงเกี่ยวกับการบอกลาล่ะ”
“ใช่มั้ย รู้สึกห่อเหี่ยวใจเลยเนี่ย…”
“เดี๋ยวฉันสั่งค็อกเทลแสงเหนืออีกสองแก้วเป็นทิปให้