กระดูกยาวเหมือนจูฯ ฺก็ปรากฏขึ้นตรงหน้ามรรคาจารย์ แต่ก็ ถูกมรรคาจารย์ทำลายไดอยางงายดาย ครั้งนี้เหลาขั้นพรหมมั่นใจแล้ววามีศัตรูที่แข็งแกรง มารุกราน พวกเขาโดดออกจากคายกลพิทักษ์สวรรคหมื่นปรากฏการณ์ทันที่ มาอยูใตหวงสุญญตา “ไมต้องชวย แคดูก็พอ’ เสียงของเจียงฉางเชิงดังขึ้นในหูของขั้นพรหมทั้งห้า ทำใหพวกเขาโลงอก แสดงวามรรคาจารย์มีความมั่นใจ เต็มเบี่ยมอสนีบาตนับไมถวนแยงกันผาลงมาทีตัวเจียงฉางเชิง เขาก็ยังคงนั่งอย่างเกียจคร้าน เอามือข้างหนึ่งเท้าคางเหมือน กำลังงีบหลับ ไมไดรับผลจากเคราะห์สวรรคแมแตนอย จ็บปวดมาก แตก็ตองทน ถึงอยางไรก็มี ผู้ศรัทธาดูอยู่ เยอะขนาดนี้ จะให้ขายหน้าไมได้เด็ดขาด! พรหมรางเทวะที่ยืนอยูเหนือศีรษะของเจียงฉางเชิงพลัน ยกมือชี้ไปทิศหนึ่ง ดัชนีมรรคพิฆาตโลกา! อานุภาพของดัชนีนี้นากลัวยิ่งกวาเมื่อกอนอีก! ไม่ใชสีทองอีกแล้ว แตเป็นแสงสีขาวบริสุทธิ์กวาดออกไป ทำใหหวงสุญญตาอันมืดมัวถูกแตงแตมเป็นเสนทางสีขาวยาวเหยียดไปถึงสุดเขตหวงสุญญตา แมแตเมฆอัสนียังถูกผา ออกเป็นสองสวนดัชนีมรรคพิฆาตโลการวดเร็วยิงนัก เร็วจนเหลาพรหม ยังหันหนามองตามไมทันพวกเขามองพลังทำลายลางของดัชนีมรรคพิฆาตโลกา ภายในใจเกิด: เคลื่นลูกใหญ่ขึ้น อภินิหารของมรรคาจารย์แข็งแกรงจริงๆ ฺเนี่ไมใชดัชนี ปราณตระกูลเฉินแลว นีมันอภินิหารระดับมหามรรคาชัดๆ แนนอน ก็อาจจะเป็นเพราะมรรคาจารยแข็งแกรงมาก พอด้วย แคการโจมตือย่างไมใสใจก็สร้างพลังทำลา