หลังจากร้องเพลงไปชั่วโมงกว่าๆ เฉินเหล่ยก็ลงมาพัก
หม่าหยางรีบเรียกเขาไปอธิบายเรื่องค่าจ้างกับส่วนแบ่งเครื่องดื่ม
เฉินเหล่ยเกาหัวแล้วตอบออกไปอย่างไม่คิดอะไรมาก “ได้ครับ”
หม่าหยางรู้สึกกระดากใจเล็กน้อย
“ไม่เป็นไรนะ ถ้าคิดว่าฐานเงินเดือนต่ำไป เดี๋ยวผมเพิ่มให้ก็ได้” หม่าหยางพูด
เฉินเหล่ยกะพริบตา “ถ้างั้น… เพิ่มอีกหน่อยก็ได้ครับ”
หม่าหยาง “…”
ซื่อเกินไปแล้ว!
หม่าหยางรู้สึกเหมือนโดนหักหลัง เขาคิดว่าเฉินเหล่นจะเกรงใจแล้วตอบกลับมาว่า ‘ไม่เป็นไรครับ’ เสร็จแล้วจะได้ปิดบทสนทนาได้อย่างราบรื่น
แต่เฉินเหล่ยดันตอบตกลงซะงั้น
หม่าหยางพูดไปแล้ว จะกลับคำตอนนี้ก็ไม่ได้
หม่าหยางลังเลอยู่พักหนึ่ง “โอเค งั้นเดี๋ยวเพิ่มฐานให้เป็นพันแปดร้อย ไม่รวมค่าส่วนแบ่งจากเครื่องดื่ม ตอนขึ้นร้องรอบหน้าต้องพูดกระตุ้นให้ผู้ชมซื้อเครื่องดื่มด้วยล่ะ เข้าใจมั้ย”
เฉินเหล่ยดูอึดอัดใจ “พี่หม่า ผมไม่ค่อยอยากพูด งั้นผมรับเงินพันห้าเท่าเดิม แต่อย่าให้ผมต้องคุยกับคนดูเลย”
หม่าหย่างอึ้งไป เจ้าเด็กนี่หน้าบางจริงๆ
“ช่างเถอะ งั้นก็ร้องเพลงไป เดี๋ยวฉันพูดเอง ฐานเงินเดือนพันแปดเท่าเดิม แต่นายไม่ต้องพูดอะไรแล้ว”
เฉินเหล่ยพยักหน้า ก่อนจะเดินไปพักดื่มน้ำ
หม่าหยางหันมองจางหยวน อีกฝ่ายเข้าใจทันทีว่าหมายความว่าอย่างไรจึงเดินขึ้นไปบนเวที
“สวัสดีครับ สวัสดี
“สวัสดีครับทุกคน ขอผมแนะนำตัวนิดหนึ่ง ผมเป็นผู้จัดการร้านอินเทอร์เน็ตโมหยู แซ่จาง”
ผู้ชม