ต่เนื้อหาข้างในนั้นต่างไปอย่างสิ้นเชิง
หวังเสี่ยวปินนั่งลงข้างเยว่จือโจว “มีปัญหาตรงไหนรึเปล่า”
เยว่จือโจวส่ายหน้า “ไม่มีครับ ผมแค่..กังวลนิดหน่อย
“ครั้งนี้เราปรับปรุงยกเครื่องใหม่หมด แถมยังไม่มีเกมอื่นที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้วไว้ดูเป็นแบบอย่าง เราทำตามไอเดียที่คิดขึ้นมาล้วนๆ…
“ผมไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไง ไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง”
ก่อนหน้านี้ ถ้ามีใครนำเสนอไอเดียอะไรในการประชุม หัวหน้าหลิวจะถามเสมอว่า ‘มีเกมไหนทำแบบนี้แล้วประสบความสำเร็จไหม’
ถ้าตอบว่าไม่ ส่วนใหญ่ไอเดียนั้นจะถูกปัดตก
เยว่จือโจวคุ้นชินกับแนวคิดแบบนี้ไปแล้ว ตอนนี้จึงรู้สึกสับสนมาก
“พี่หวัง พี่มีประสบการณ์เยอะ คิดว่ามันจะออกมาดีมั้ย”
หวังเสี่ยวปินถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เสี่ยวเยว่ ตอนนี้นายเป็นหัวหน้าฝ่ายวางแผนนะ นายต้องตัดสินใจเรื่องต่างๆ เอง นายไปไล่ถามคนอื่นไม่ได้แล้ว
“จะออกมาดีหรือไม่ดี ความสำเร็จที่เกิดขึ้นก็เป็นของนาย แต่ความรับผิดชอบก็เป็นของนายเหมือนกัน ในเมื่อเป็นหัวหน้าฝ่ายวางแผนแล้วก็ต้องเตรียมใจไว้ให้พร้อม
“จำเกมนักออกแบบเกมได้มั้ย ความเห็นของคนอื่นก็เหมือนเสียงพากย์ในเกมแหละ นอกจากกวนประสาทนายแล้วก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร”
เยว่จือโจวพยักหน้าพร้อมถอนหายใจเบาๆ “ก็จริงครับ”
เขาเล่นเกมนักออกแบบเกมบ่อยจนจำได้ขึ้นใจว่าถ้าตอบแบบนี้ไปจะได้ฉากจบแบบไหน
ในเกมเขาสามารถเลือกตัวเลือกที่ถูกต้องไป