งว่านายทำได้!”
พอได้อ่านที่หม่าอี้ฉวินตอบกลับมา เยว่จือโจวก็ครุ่นคิดอยู่พักใหญ่
เป็นแบบนี้นี่เอง ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกอย่างนั้นเหรอ
แถมครั้งก่อนๆ ยังผ่านไปได้ด้วยดีอีก
แสดงว่าบอสเผยเห็นความสามารถบางอย่างในตัวฉันเหรอ
ทำไมฉันไม่เห็นจะรู้เลยว่ามี…
แต่ก็น่าจะเป็นเหมือนที่หม่าอี้ฉวินบอก บอสเผยไม่น่าจะเลื่อนขั้นให้ฉันโดยไม่มีเหตุผล แถมยังให้อำนาจพิเศษมาอีก
ยิ่งคิดเยว่จือโจวก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น
ถ้าบอสเผยให้อำนาจกับฉันขนาดนี้ แสดงว่าบอสต้องกำลังบอกเป็นนัยว่าให้ฉันมั่นใจในตัวเอง และทำตามที่ใจต้องการ ถ้ามัวแต่นิ่งเฉยเพราะเกรงกลัวจะถือว่าตัวเองเป็นพนักงานของเถิงต๋าได้ยังไง แบบนั้นบอสเผยก็ผิดหวังแย่
ตอนนี้ฉันเป็นพนักงานอันทรงเกียรติของเถิงต๋า!
คิดอย่างนั้น เยว่จือโจวก็สุขใจขึ้นมา
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ พี่หม่า!”
เยว่จือโจวเปิดไฟล์เอกสารขึ้นมาก่อนจะรัวมือลงบนแป้นพิมพ์
หลายเดือนที่ผ่านมาตั้งแต่เข้ามาทำงานที่ฉางหยางเกมส์ เยว่จือโจวใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ไปกับการด่าเกมสองเกมของบริษัท
ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ถ้าการทำเกมสองเกมนี้ออกมาถือเป็นการยื่นขี้ให้ผู้เล่น เยว่จือโจวก็เหมือนต้องถือขี้ไว้กับตัวตลอดเวลา จะไม่ให้รู้สึกรังเกียจได้ยังไง!
ในสายตาของเยว่จือโจว หรือในสายตาของคนส่วนใหญ่ในฉางหยางเกมส์ ทั้งสองเกมมีข้อเสียมากมาย เล่นไปได้แค่ห้านาทีก็เจอปัญหาเพียบ
แต่ไม่มีใครคิดจะแก้ไข
นั่นก็เพราะทุกคนแค่มาทำงาน