อะไร ดูจากสภาพการใช้งานแล้วน่าจะเอาไปโยนทิ้งมากกว่า คุณก็น่าจะรู้นะคะว่าของพวกนี้ไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมการทำงานของเถิงต๋า เพราะงั้นจึงไม่มีค่าอะไร…”
เลขาซินพูดรัวจนตู้รุ่ยเจี๋ยหน้าเริ่มเจื่อน
ไม่นะ ที่พล่ามไปพักใหญ่นั่นไม่มีประโยชน์เลยเหรอ
เขาคิดว่าบอสเผยยังเด็ก ไม่น่าจะมีประสบการณ์มาก แค่พูดข่มนิดหน่อยก็น่าจะขูดรีดเงินได้เพิ่ม แต่ตอนนี้รู้ซึ้งแล้วว่าตัวเองเล่นผิดคนเข้าให้แล้ว
บอสเผยไม่ได้สนใจรายละเอียดการซื้อขายครั้งนี้เลย เลขาที่ยืนอยู่ข้างหลังต่างหากที่เป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้…
เลขาคนนี้ดูจะมีประสบการณ์ล้นเหลือและเหนือชั้นกว่าตู้รุ่ยเจี๋ยในทุกๆ ด้าน
ถึงจะมองข้ามเรื่องอื่นๆ ไป แค่ตัวตนของเธออย่างเดียวก็อยู่คนละระดับกับตู้รุ่ยเจี๋ยแล้ว
ตู้รุ่ยเจี๋ยเป็นแค่เจ้าของบริษัทเอกชน ไม่มีทางเทียบชั้นเลขาซินที่เคยทำงานกับองค์กรยักษ์ใหญ่มาก่อนได้ เขาพูดอะไรไม่ออกหลังจากได้ยินที่หญิงสาวรัวใส่
เลขาซินปิดสมุดจด “เมื่อพิจารณาทุกองค์ประกอบ เราขอเสนอซื้อที่ราคาห้าแสนห้าหมื่นหยวนค่ะ”
ตู้รุ่ยเจี๋ยกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ราคานี้เขายังพอรับได้ แต่ก็ไม่ค่อยจะชอบใจเท่าไหร่
เผยเชียนยิ้ม “ไม่เป็นไรครับบอสตู้ ผมเพิ่มให้อีกห้าหมื่นหยวนจะได้เป็นหกแสนหยวนเพื่อมิตรภาพของเรา”
ตู้รุ่ยเจี๋ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง
เขาอยากได้ราคาสูงกว่านี้ แต่คิดไปคิดมาก็สรุปได้ว่าไม่ควรต่อรองอะไรอีก
เลขาซินคำนวณทุกอย่างมาอย่างดี เขาไม่มีเหตุผลไ