เผยเชียนให้เลขาซินพาไปที่ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยู
ระหว่างทาง เผยเชียนก็พูดเรื่องฉางหยางเกมส์ขึ้นมา
“หลังวันหยุดยาว ช่วยเช็กสถานการณ์ที่ฉางหยางเกมส์แล้วมารายงานผมอย่างละเอียด คุณบอกบอสทางนู้นไปก็ได้ว่าผมสนใจอยากซื้อกิจการต่อ”
เผยเชียนกลัวว่าบริษัทจะเจ๊งก่อนที่พวกเขาจะทันได้ไปตรวจสอบ ถ้าเป็นแบบนั้นเขาก็ต้องไปตามหาพนักงานกลับมาทีละคน คงยุ่งยากน่าดู
กระจกที่แตกย่อมมีรอยร้าวหลงเหลืออยู่ ถ้าจะเข้าซื้อกิจการ ก็ต้องเอามาให้ได้ทั้งหมด!
เพราะเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจปล่อยข้อมูลให้บอสของฉางหยางเกมส์รู้ว่าตนสนใจซื้อกิจการ อีกฝ่ายจะได้รู้สึกมีความหวังและไม่รีบร้อนปิดกิจการ
เลขาซินที่กำลังขับรถอยู่พยักหน้า “ได้ค่ะบอสเผย แต่เท่าที่ดิฉันรู้มา เห็นว่าบริษัทนี้สภาพการณ์ไม่ค่อยดีเลยนะคะ”
เลขาซินพูดอย่างมีชั้นเชิง
“ผมไม่ได้เป็นห่วงสถานการณ์ในตอนนี้ ผมสนใจศักยภาพในอนาคตมากกว่า” เผยเชียนตอบอย่างมั่นใจ
“โอเคค่ะ ดิฉันเชื่อในวิสัยทัศน์ของบอสเผย” เลขาซินตอบ “อยากให้ดิฉันติดตามเรื่องนี้นานแค่ไหนคะ ยิ่งให้เวลาเยอะ ก็ยิ่งได้ข้อมูลเยอะค่ะ จะเป็นประโยชน์เวลาเราเจรจากับอีกฝ่าย”
เลขาซินหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แล้วก็เหมือนตอนนี้บริษัทที่ว่าจะอยู่ในช่วงขาดทุน เราสามารถชะลอการซื้อกิจการไปสักพัก จะได้ต่อรองราคาได้ง่ายขึ้นค่ะ”
ต่อราคาเหรอ
ทำไมเราต้องต่อราคาด้วย ยิ่งแพงยิ่งดีสิ!
เผยเชียนรีบส่ายหน้า “เราไม่ควรชะลอเรื่องนี้