เที่ยงวันนั้น เหล่ารูมเมตก็ทยอยกลับมาทีละคน
รูมเมตคนหนึ่งโบกถุงพลาสติกใส่อาหารที่ซื้อมาจากโรงอาหาร
เผยเชียนจำได้ว่าคนคนนี้คือรูมเมตจากชาติที่แล้ว หม่าหยาง หน้าใหญ่ยาวของเขายังฝังอยู่ในความทรงจำ
“พี่เชียน กล้ามากนะที่โดดเรียน! แต่ยังโชคดีที่รองคณบดีไม่ได้เช็กชื่อ” หม่าหยางมองเผยเชียนด้วยสีหน้าราวกับจะสื่อว่า ‘ไอ้นี่จะโชคดีไปไหน’
รูมเมตคนอื่นๆ เริ่มเปิดโน้ตบุ๊กของตัวเอง
“ตอนบ่ายไม่มีเรียน ใครอยากเล่นเกมบ้าง”
“ฉันๆ เข้าเกมเร็ว! หม่าหยาง แกอยู่ไหน”
“แป๊บนะ ยังกินข้าวไม่เสร็จ”
“เร็วๆ เลย อืดอาดจริงๆ ใครก็ได้ไปเรียกคนจากห้องอื่นมาเพิ่มหน่อย”
คนอื่นๆ ในห้องตั้งโต๊ะญี่ปุ่นบนเตียงพร้อมเปิดโน้ตบุ๊ก
นี่คือสภาพความเป็นอยู่อันแสนลำบากของหอพักมหาวิทยาลัย เตียงสองชั้นแต่ละตัวไม่ได้มีโต๊ะให้ด้านล่าง ต้องนั่งขัดสมาธิเล่นเกมบนเตียง
เผยเชียนสงสัยมาตลอดว่าอาการปวดหลังของเขาน่าจะมีต้นตอมาจากชีวิตช่วงนี้
เพื่อให้ได้ประสบการณ์เล่นเกมที่ดีที่สุด แม้พวกเขาจะมีโน้ตบุ๊ก และสามารถตั้งเล่นได้ง่ายๆ ในหอ แต่นักศึกษาส่วนใหญ่ก็เลือกไปร้านเน็ตอยู่ดี
หม่าหยางถือถ้วยสแตนเลสที่มีถุงอาหารอยู่ข้างใน พอเขมือบเสร็จอย่างรีบร้อนก็โยนถุงพลาสติกทิ้งถังขยะไป
วันนี้ยังดีที่มีเรียนตอนเช้า ทุกคนเลยได้แวะไปซื้อข้าวกินที่โรงอาหาร
ถ้าวันไหนไม่มีเรียน ทุกคนจะนอนตายอยู่บนเตียง
ถ้ามีใครตัดใจลุกจากเตียงไปโรงอาหารได้ พวกที่เหลือก็จะขอให้