องฮองเฮาเลยทีเดียว
“แล้วเจ้าคิดจะทำอย่างไร” เมิ่งเสวียนหลิงถาม
ไป๋จื่อเอ่ยว่า “หม่อมฉันทำให้ฉู่เฟิงบาดเจ็บ ฮองเฮาต้องไม่ปล่อยหม่อมฉันไว้แน่ พระนางอาจจะรอให้ฤทธิ์ยาหมดไปจากตัวฉู่เฟิง แล้วถึงจะเป็นคนร้ายไปฟ้องร้องก่อน”
“เจ้าทำร้ายเขาหรือ ทำร้ายอย่างไร” เมิ่งเสวียนหลิงรีบถามอีก
“หม่อมฉันใช้ปิ่นแทงเขา แต่เขาไม่ได้บาดเจ็บหนัก ฤทธิ์ยานั่นร้ายแรงเป็นอย่างยิ่ง หม่อมฉันคิดว่าตอนนี้ฮองเฮาจะต้องให้นางกำนัลของตนเองไปถอนพิษให้เขาแล้วแน่ๆ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เมิ่งเสวียนหลิงก็หน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย นางเงยหน้ามองไป๋จื่อ แต่กลับเห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าเป็นปกติ ในใจรู้สึกแปลกใจมาก ไป๋จื่อผู้นี้ใจเย็นเสียจริง เจอเรื่องพรรค์นี้แล้วกลับไม่มีน้ำตาสักหยด ไม่เพียงทำร้ายคนเท่านั้น ตอนที่พูดถึงเรื่องนี้ยังไม่มีความกระดากอายเลยด้วย
ไป๋จื่อหันไปมองเมิ่งเสวียนหลิง เอ่ยว่า “”พระสนมซูเฟย ฮองเฮาทำร้ายหม่อมฉันไม่น้อย ท่านเองก็กำลังโอกาสเอาคืนพระนางอยู่แน่ๆ วันนี้โอกาสมาถึงแล้วเพคะ”
เมิ่งเสวียนหลิงเลิกคิ้วขึ้น “โอ้? โอกาสอะไร ไหนลองพูดมาสิ!”
“ตอนนี้ฉู่เฟิงกำลังทำเรื่องอย่างว่าอยู่ในตำหนักชิ่งอันของฮองเฮา ท่านเองก็รู้ว่าวังหลังมีหญิงงามอย