ี้ช่างนั่งไม่สบายจริงๆ มันส่ายไหวจนข้าเวียนหัวนัก”
หมอหลวงสวี่ยิ้มว่า “เจ้ายังไม่ชินมากกว่า นั่งหลายรอบกว่านี้ก็ชินแล้ว ถึงตอนนั้นก็ไม่น่าจะเวียนหัวแล้วละ”
ไป๋จื่อยิ้มเช่นกัน “องค์หญิงเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”
เมื่อพูดถึงองค์หญิง รอยยิ้มบนใบหน้าของหมอหลวงสวี่ก็หายไปในทันที เขาถอนใจเสียงหนึ่ง “เหมือนกับตอนที่ถูกส่งตัวมาเมื่อวานนั่นแหละ ยังมีลมหายใจ หัวใจยังเต้นดังเดิม สีหน้าก็เป็นปกติเช่นกัน เพียงแต่ว่ายังไม่ฟื้น ดูไม่ออกจริงๆ ว่านางถูกพิษอะไร ข้าไม่เคยพบเห็นพิษชนิดนี้ น่าจะไม่ใช่พิษของแคว้นฉู่”
ก่อนหน้าที่จะพบตัวคน ไป๋จื่อไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงพยักหน้าน้อยๆ แล้วตามหมอหลวงสวี่เข้าไปในสำนักหมอหลวง
จิ่นเอ๋อร์กำลังใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดตัวให้องค์หญิงเชียนฟาง เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า นางก็รีบนำผ้าห่มมาห่มกายองค์หญิง แล้วหมุนกายไปดู
ครั้นเห็นว่าเป็นเด็กสาวท่าทางอายุสิบสามสิบสี่ปีคนหนึ่งเข้ามา นางก็ขมวดคิ้วทันใด “บอกว่าจะเชิญหมอเทวดามารักษาองค์หญิงไม่ใช่หรือ หมอเทวดาเล่า” นางร้อนใจมาก แต่คนแคว้นฉู่พวกนี้กลับไม่มีใครร้อนใจเลย หากองค์หญิงของนางต้องมีอันเป็นไป พวกเขาจะมียังมีชีวิตรอดได้อยู่อีกหรือไร