องราชสำนัก ข้าจะไม่เลือกยืนข้างใดข้างหนึ่ง ไม่แม้กระทั่งฝั่งราชสำนัก หรือแม้กระทั่งอำนาจทางทหาร ทว่าตอนนี้สถานกา ารณ์ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป หากข้าสืบต่อคำสาบานต่อไปโดยไม่เปลี่ยนแปลง อนาคตของแคว้นฉู่ก็ต้องตกอยู่ในอันตรายแล้ว”
ไป๋จื่อเลิกคิ้ว “ท่านจะเลือกข้างแล้วหรือเจ้าคะ” ความเบิกบานในบนใบหน้าของนางพลันหายวับไป ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด หัวใจของนางมีความรู้สึกผิดหวังอันเข้มข้นเอ่อขึ้นมาในทันใด
ตงฟางมู่พยักหน้า “แคว้นฉู่ต้องการผู้นำที่ปราดเปรื่อง มีเพียงผู้นำที่ปราดเปรื่องเท่านั้น แคว้นฉู่ถึงจะแข็งแกร่งเกรียงไกรต่อไปได้ ไม่เช่นนั้นเมื่อกำลังความสามารถของแคว้นลดน้อยลง แค คว้นใกล้เคียงเหล่านั้นที่เดิมทีจับจ้องแคว้นฉู่ตาเป็นมันก็จะกรูกันเข้ามาแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้นแล้ว ย่อมเป็นเวลาล่มสลายของแคว้น ประชาชนแคว้นฉู่จะต้องตกอยู่ในอันตรายไปตลอดกาล”
ไป๋จื่อก้มลงมองพื้น พลางร้องอ๋อเบาๆ เสียงหนึ่ง ก่อนจะนั่งลงข้างกายตงฟางมู่ รินน้ำชาให้ตนเองจอกหนึ่ง แล้วดื่มมันอย่างเชื่องช้า
เห็นท่าทางแปลกประหลาดของนางแล้ว ตงฟางมู่ก็ถามว่า “จื่อเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรไป ไม่ชอบใจหรือ”
ไป๋จื่อส่ายหน้า ฝืนยิ้มออกมา “ไม่ใช่เจ้าค่ะ ข้าจะไม่ชอบใจได้อย่างไรกัน ข้าชอบ