!”
ตงเยี่ยตัวแข็งทื่อเพราะความหวาดกลัวโดยพลัน แม้จะอ้าปากก็ไม่มีเสียงใดลอดออกมา
ไป๋จื่อรีบเอ่ยว่า “ให้นางนำยาออกมาก่อนเพคะ หากข้าได้เห็นยาแล้ว อาจจะหาวิธีการจัดการได้”
เมิ่งเสวียนหลิงตาเป็นประกาย บนใบหน้าที่เฉยชาปรากฏความหวังอยู่เจือจาง จากนั้นนางก็ส่งสายตาให้ชิวอิ๋งครั้งหนึ่ง
ชิวอิ๋งและเซี่ยจือลากตงเยี่ยออกไป ส่วนเมิ่งเสวียนหลิงเอ่ยกับไป๋จื่อว่า “เมื่อครู่เจ้าบอกว่ายานี้ไม่อาจตรวจพบได้โดยง่าย แล้วเจ้าจะตรวจพบในตัวข้าได้อย่างไร”
ไป๋จื่อถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้ม “ไม่ปิดบังพระสนม มารดาของหม่อมฉันก็ถูกยาพิษชนิดนี้ ส่วนของพระสนมถูกพิษชนิดเดียวกัน ตสมกับยาพิษอีกชนิดหนึ่ง ปริมาณน้อยนิด จึงไม่เป็นอันตรายถึงร่างกาย เพียงตัดโอกาสที่จะตั้งครรภ์ได้ ส่วนมารดาของหม่อมฉันกลับเกือบตายเพราะพิษนี้เพคะ”
นางนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นได้ จึงถามว่า “ปกติแล้วหมอหลวงที่ตรวจชีพจรให้พระสนมเป็นใครหรือเพคะ”
เมิ่งเสวียนหลิงตอบทันที “ปกติล้วนเป็นฮองเฮาที่จัดการหาหมอหลวงมาตรวจชีพจรให้ทั้งหกตำหนัก สนมทั้งสี่ ไปจนถึงฮองเฮา ไทเฮา และฮ่องเต้ ล้วนให้หัวหน้าสำนักหมอหลวงตรวจชีพจร ตู้ที่รับหน้าที่ตรวจให้ข้าคือหมอหลวงเหลียง”