มีคน และโชคดีที่พบประตูข้างออกจากตำหนักชิ่งอันพอดิ บพอดี
นางนึกถึงสิ่งที่ตงฟางหว่านเอ๋อร์กำชับก่อนจะออกมาได้ ตอนนี้นางต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง จึงหวนรำลึกถึงเส้นทางที่จะพานางไปยังตำหนักหรูอี้ ตำหนักของพระสนมซูเฟย
มีขันทีเฝ้าอยู่ด้านหน้าวังถึงสองคน เมื่อเห็นว่านางเป็นคนแปลกหน้า จึงขวางนางไว้โดยปริยาย
“กงกงทั้งสอง ได้โปรดบอกกล่าวให้ข้าสักหน่อยเถอะ ข้าเป็นสหายของคุณชายสกุลเมิ่ง คุณชายเมิ่งฝากฝังข้ามาเจ้าค่ะ”
ขันทีทั้งสองได้ยินว่านางเป็นสหายของคุณชายเมิ่ง ก็พลันยิ้มแย้มแจ่มใส หนึ่งในขันทีเอ่ยว่า “แม่นางรอสักครู่ ข้าจะไปบอกพระสนมให้”
ขันทีกลับมาหลังจากนั้นไม่นาน และพาไป๋จื่อเข้าไปในตำหนักโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
ตำหนักหรูอี้ย่อมไม่หรูหราและงดงามเท่าตำหนักชิ่งอัน แต่ก็สง่างามเป็นอย่างยิ่ง กลิ่นหอมของดอกไม้จางๆ สายหนึ่งตลบอบอวลอยู่ในอากาศ สดชื่นมากทีเดียว
“อากาศเช่นนี้ มีกลิ่นดอกไม้มาจากที่ไหนกัน” ไป๋จื่อถามขันทีผู้นำทาง
ขันทีตอบว่า “พระสนมซูเฟยไม่มีงานอดิเรกอื่นใด ชอบเพียงการปลูกดอกไม้และต้นไม้ ยามเมื่อมีดอกไม้บางชนิดใกล้ตาย พระสนมจะเก็บมาขึ้นมาตากเป็นดอกไม้แห้งด้วยตนเอง ในตำหนักจึงมีดอก กไม้แห้งวางอยู่จ