มานานถึงสามปีของเขา จึงรอดพ้นสายตาทุกคนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
หูเฟิงส่งซาลาเปาสองลูกที่มีควันร้อนพวยพุ่งให้จินเอ๋อร์ “กินเถอะ”
สองวันมานี้จินเอ๋อร์ไม่มีอะไรตกถึงท้อง ทันทีที่เห็นซาลาเปาร้อนๆ ไหนเลยนางจะสนใจมารยาทอะไรอีก นางรีบรับซาลาเปามากัดกิน หลังจากกินไปหลายคำแล้วถึงพบว่าบุรุษสองคนล้วนกำลังมองนาง พาให้นางหน้าแดงระเรื่อ รีบหันหลังไปกินต่ออย่างรวดเร็ว
หลังจากจินเอ๋อร์กินเสร็จแล้ว หูเฟิงถึงจะพูดขึ้นว่า “แม่นางจินเอ๋อร์ บอกพวกข้าหน่อยได้หรือไม่ ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่พวกเจ้ามาถึงที่นี่”
จินเอ๋อร์หันไปมององค์หญิงที่อยู่ข้างกายตน ตรงหน้าราวกับปรากฏภาพอันน่าเวทนาในค่ำคืนนั้นขึ้นอีกครั้ง ร่างกายนางจึงสั่นเทาขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
หูเฟิงกับโจวกังก็ไม่ได้เร่งเร้านาง เพียงรอให้นางสงบใจลงได้เสียก่อน
ผ่านไปพักใหญ่ทีเดียว ในที่สุดจินเอ๋อร์ก็เอ่ยปาก “ตอนที่พวกข้ามาถึงเมืองจินหยางในวันนั้นเป็นยามโหย่ว[1]แล้ว ไท่จื่อกับองค์หญิงรับอาหารเย็นง่ายๆ ในสถานพักม้าแล้ว ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่ห้องของตนเอง ทีแรกก็ไม่ได้มีสถานการณ์ผิดแปลกอะไร นอกจากคนของพวกข้าแล้ว ในสถานพักม้าก็มีเพียงองครักษ์เท่านั้น ไม่ได้