สีหน้าของไทเฮาก็พลันเปลี่ยนไป นางพูดเขากับเขาถึงเพียงนั้นแล้วก็ยังร้องขอเขาไม่ได้หรือนี่
“หมอหลวงเหลียง ข้าไม่คู่ควรกับใบสั่งยาของเจ้าหรือ” เสียงของนางตอนนี้เย็นชากว่าเมื่อครู่นี้ไม่รู้กี่ส่วน มันเย็นชาเสียจนหมอหลวงเหลียงตัวสั่นงันงกเลยทีเดียว
หมอหลวงเหลียงรีบคุกเข่าลง โขกศีรษะให้นางหนึ่งครั้ง เอ่ยว่า “เมื่อครู่กระหม่อมกำลังคิดว่าควรใช้ยาอะไร จึงเหม่อลอยไปชั่วขณะ ไทเฮาอย่าได้ทรงกริ้วเลยพ่ะย่ะค่ะ!”
ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง ไทเฮาเก็บสีหน้า โบกมือพลางกล่าว “ช่างเถอะ ไปเขียนใบสั่งยาได้แล้ว”
หมอหลวงเหลียงรับคำ ลุกขึ้นยืนทั้งๆ ที่ขาสั่น ยามที่จะหมุนกายเดินไปจากโต๊ะหนังสือ เขาลอบปาดเหงื่อด้วย
เขาชำเลืองสายตาไปมองหมอหลวงสวี่ ขยิบตาให้เขาไม่ยอมหยุดหย่อน
หมอหลวงสวี่กลับทำเป็นมองไม่เป็น เพียงมองไปข้างหน้า เขาเป็นคนซื่อสัตย์จริงใจ ทว่าก็ไม่ใช่คนโง่ เวลานี้จะหาเรื่องใส่ตัวอีกหรือไร
ไป๋จื่อก็มองข้ามสายตาไม่เป็นมิตรที่หมอหลวงเหลียงมองนาง ในใจลอบยิ้มเย็น ‘โกรธหรือ นี่เพิ่มเริ่มต้นเท่านั้น เรื่องสนุกคือหลังจากนี้ต่างหาก’
หากเขาไม่เชี่ยวชาญวิชาแพทย์ และมองไม่ออกจริงๆ ว่าตงฟางหว่านเอ๋อร์ถูกพิษก็ช่างเถิด ทว่า