ของพวกนาง แม้ในใจจะรู้สึกหวั่นเกรงก็ตาม
ขณะที่ไป๋เจินจูถอดเสื้อผ้าจนเหลือเพียงชุดชั้นในชิ้นสุดท้าย ประตูตำหนักที่ปิดสนิทก็พลันถูกเปิดออก เงาร่างสูง งใหญ่ย่างกรายเข้ามาจากข้างนอก ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏขึ้นต่อหน้าไป๋เจินจู นางมองใบหน้านี้อย่างตะลึงงัน เพราะมันช่ างคล้ายคลึงกับใบหน้าของหูเฟิงอยู่หลายส่วน จนถึงขั้นที่นางลืมไปว่า ณ ตอนนี้และเวลานี้นางสวมเพียงชุดชั้นในชิ นเดียว กำลังยืนอยู่ต่อหน้าบุรุษแปลกหน้าคนหนึ่ง
ฉู่เฟิงก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหมุนกายหนี “ข้าช่างเสียมารยาทเสียจริง ข้าไม่รู้ว่ามีคนอยู่ข้างในนี้ ข้าไ ไม่ได้ตั้งใจ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!” จากนั้นเขาก็รีบร้อนออกไป
คราวนี้ไป๋เจินจูถึงค่อยรู้สึกตัวว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น และเวลานี้นางก็ได้เข้าใจว่าเขาคือเซียวอ๋อง หรือฉู เฟิงที่ประสงค์จะแย่งนางมาจากจิ้นอ๋องนั่นเอง
นี่ก็คือแผนการของพวกเขากระมัง ช่างตรงไปตรงมาเกินไปแล้ว!
ไป๋เจินจูไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น นางรู้ว่านางไม่จำเป็นต้องพูดอะไรแล้ว
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ นางก็ถูกส่งกลับจวนสกุลเผย ไม่มีใครรั้งตัวนางไว้รับมื้อกลางวันเช่นที่ตกลงกันไว ว้ นางรู้สึกว่าตนเองเหมือนผ้าขี้ริ้วที่ถูกส่งไปถึงหน