ี่จัดการฝังศพ บัดนี้เขามาบอกว่าเด็กยังไม่ตาย อีกทั้งจู่ๆ ก็พบตัวเด็กคนนั้นเช่นนี้อีก เขาไม่ได้กำลังเลือกตบหน้าตนเองอยู่หรือไร ทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไรกัน เพราะการแต่งงานระหว่างเด็กคนนั้นกับจิ้นอ๋องหรือ
ตงฟางมู่แค่นหัวเราะเสียงเย็น “หากเด็กคนนั้นเป็นตัวจริง ก็นับว่าเจ้าโชคดีนัก แต่หากเด็กคนนั้นเป็นตัวปลอมละก็ อย่าหาว่าตาเฒ่าผู้นี้ไม่ปราณีก็แล้วกัน”
เขากล่าวกับพ่อบ้านว่า “เจ้าไปจัดการเถอะ สามวันหลังจากนี้ข้าจะไปเมืองหลวง ปีนี้จะฉลองปีใหม่ที่นั่น”
…
ไป๋จื่อเห็นตงฟางหว่านเอ๋อร์ผล็อยหลับไปแล้ว จึงออกจากห้องของนางไป เดินเล่นอยู่ในคฤหาสน์ฉีอวิ๋นเสียรอบใหญ่ ชมทิวทัศน์ไปพลาง ขบคิดเรื่องที่อยู่ในใจไปพลาง
เมื่อเดินไปได้พักหนึ่ง ก็เดินมาถึงด้านนอกป่าไผ่ดำผืนหนึ่งเสียอย่างนั้น
มีสะพานไม้ไผ่ที่สร้างขึ้นอย่างดีทอดตัวยาวเข้าไปด้านในป่า มองดูแล้วพิเศษอย่างยิ่ง นางก้าวเดินไป ทุกย่างก้าวบนสะพานไม้ไผ่ล้วนส่งเสียงแปลกประหลาดจำนวนหนึ่ง น่าสนใจดีทีเดียว
จากสะพานเข้าไปในป่าไผ่ เดิมทีมีกระท่อมตั้งอยู่หลังหนึ่งด้วย แม้ขนาดของมันจะดูไม่ใหญ่มาก แต่กลับสง่างามและประณีตยิ่ง ยามต้องสายลมแผ่วเบา ใบไผ่ก็จะส่งเสียงซู่ซ่