ยุดไปพักหนึ่ง ก่อนจะกล่าวอีกว่า “หากนางเป็นห่วงข้าจริง จะไปค่ายทหารเพียงลำพังได้อย่างไร นางรู้หรือไม่ว่าที่นั่นคือสถานที่อะไร นางทำให้ข้าร้อนใจจะตายอยู่แล้ว!”
ไป๋จื่อไปได้สองสามวันแล้ว ส่วนตัวนางเองก็ป่วยมาสองสามวันเช่นกัน ผอมลงไปอย่างเห็นได้ชัด หากพวกอาอู่ไม่ได้ขวางนางเอาไว้ นางคงปรี่ไปยังค่ายทหารตั้งแต่แรกๆ เป็นตายอย่างไรก็ต้องนำบุตรสาวกลับมาให้จงได้
ซู่เอ๋อถอนหายใจเสียงหนึ่ง นางพูดเสียงอ่อนโยนว่า “ท่านน้าหลาน เรื่องที่อาจื่อทำนั้นไม่ถูกต้อง แต่ที่นางทำเช่นนี้ก็เพราะนางมีเหตุผลของนาง คนที่ฉลาดเฉลียวและมีไหวพริบเช่นนั้น จะต้องปลอดภัยกลับมาแน่เจ้าค่ะ”
จ้าวหลานก็ปลอบใจตนเองเช่นนั้น แต่ไม่ว่าจะปลอบใจตนเองเช่นไรก็ไม่อาจขจัดความรู้สึกหวาดกลัวไปได้ ที่นั่นเป็นค่ายทหาร มีการต่อสู้ ไม่รู้ว่ามีคนตายมากเพียงใด นางกล้าไปที่นั่นได้อย่างไรกัน
ทันใดนั้นอาอู่ก็เดินเข้ามา เขาบอกกับจ้าวหลานว่า “ท่านน้าหลาน ยายเฒ่าสกุลไป๋กับสะใภ้ใหญ่ของนางมาขอรับ”
ซู่เอ๋อมุ่นคิ้วโดยพลัน “ไฉนพวกนางถึงมาที่นี่ วันๆ รู้จักแต่ก่อความวุ่นวาย พวกนางคิดจะทำอะไรกัน”
จ้าวหลานยิ้มขื่น “พวกนางจะอยากทำอะไรได้อีก? ก็ต้องอยากเ