นหนึ่งก็เข้ามาจากข้างนอก กล่าวเสียงดังให้ทั้งสามคนได้ยินว่า “รายงาน!”
แม่ทัพหูตั้งสติได้ในทันที เขาถามนายพลหนุ่มว่า “สถานการณ์รบเป็นอย่างไรบ้าง”
นายพันกล่าวเสียงดัง “เรียนท่านแม่ทัพ เหล่าทหารจากกองทหารเกราะดำและกองทหารม้าหุ้มเกราะมีขวัญกำลังใจเต็มเปี่ยม อันดับแรกส่งกองทหารเล็กๆ แฝงเข้าไปในค่ายทหารของฝ่ายตรงข้ามก่อน เพื่อเผาเสบียงอาหารของอีกฝ่ายทั้งหมด ทำให้พวกเขาแตกฮือ จากนั้นก็ส่งยอดฝีมือบุกจู่โจมบริเวณที่ศัตรูวางกำลังป้องกันไว้น้อย พวกศัตรูหมดแรงสู้ต่อ ก่อนจะถูกเข่นฆ่าทั้งหมดกองย่อย ทัพซีเยี่ยวุ่นวายยกใหญ่ บาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วน เวลานี้ถอนทัพกลับไปไกลถึงสามสิบลี้แล้วขอรับ”
แม่ทัพหูโยนจอกสุราในมือทิ้งลงพื้น อ้าปากค้างอยู่นาน “เจ้าว่าอะไรนะ ซีเยี่ยถอนทัพ?”
นายพันพยักหน้า “เรียนท่านนายพล ทัพใหญ่ของซีเยี่ยถอยไปไกลถึงสามสิบลี้ทั้งหมด กองทหารม้าหุ้มเกราะกลับมาก่อนแล้วก้าวหนึ่ง ทั้งยังนำเชลยศึกกลับมาด้วยไม่น้อย และส่งไปที่ค่ายบูรพาที่เจ็ดแล้วขอรับ”
จู้หยวนเองก็ตะลึงลานอยู่ที่เดิม แทบจะคิดว่าหูของตนเองเกิดปัญหาเสียแล้ว “กองทหารเกราะดำและกองทหารม้าหุ้มเกราะเป็นอย่างไรบ้าง” เขาถาม
นายหลหูดึงสติกลับมาได้แล้ว รีบพูดขึ้นมาบ้าง “ใช่ๆๆ พวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง บาดเจ็บล้มตายมากหรือไม่”
นายพันรีบตอบ “เรียนท่านนายพลทั้งสอง ตามที่นายกองมู่แห่งกองทหารม้าหุ้มเกราะกล่าว บาดเจ็บและล้มตายไม่เกินห้าร้อยขอร