กที่สุดเป็นแน่ โดยการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเองเข่นฆ่าทุกคนจนเกลี้ยง นี่เป็นกลยุทธ์รับมือกับทหารไร้สังกัดได้ดีที่สุด
หลังจากมู่หยางรับแผนภาพวางกองกำลังป้องกันไปแล้ว เขาก็ให้ทุกคนกลับไป ส่วนตนเองยังรั้งอยู่ที่นี่ต่อ
เมื่อคนอื่นๆ ไปแล้ว หยางมู่ก็คุกเข่าลงตรงหน้าหูเฟิงในทันที “ท่านอ๋อง ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว เหล่าทหารที่รอคอยท่านต่างก็ได้รับความทุกข์มรทานยิ่ง!”
เดิมทีกองทหารเกราะดำและกองทหารม้าหุ้มเกราะมีทหารทั้งหมดห้าหมื่นนาย สามปีมานี้พวกเขาไม่มีแม่ทัพบัญชาการ ไม่มีครูฝึกทหารสั่งการฝึกฝนและชี้แนะ แม้แต่นายกองที่คอยสอนวินัยทหารก็ไม่มีสักคน เมื่อให้พวกเขาไปรบในสภาพเช่นนี้ครั้งแล้วครั้งแล้ว ในที่สุดนายทหารห้าหมื่นนายจึงเหลือเพียงสองหมื่นนายเช่นในตอนนี้
การสู้รบในครั้งนี้แตกต่างกับครั้งที่แล้ว เพราะสงครามปะทุขึ้นมาแล้ว หากจิ้นอ๋องไม่กลับมาตอนนี้ การที่พวกเขาเหยียบย่างสนามรบในครั้งนี้ เกรงว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจริงๆ
หูเฟิงประคองเขาลุกขึ้น “จงจำไว้ว่าตอนนี้ข้าชื่อหูเฟิง ก่อนที่ข้าจะกลับไปกุมอำนาจทางทหาร ไม่อาจเปิดเผยฐานะของข้าโดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นเรื่องเมื่อสามปีก่อนจะต้องเกิดขึ้นอีกครั้งแน่ เจ้าเข้าใจหรือไม่”
มู่หยางเช็ดน้ำตา “ข้าน้อยเข้าใจ ท่านอ๋องโปรดวางใจ ข้าจะต้องพาเหล่าพี่น้องกลับมา พวกข้าจะเคียงบ่าเคียงไหล่ท่านอ๋องตลอดไป”
หูเฟิงย่อมเชื่อเขา หากพวกเขาคิดจะหักหลัง ก็คงไม่ตกต่