ขโมยไปอีกแน่ ข้าอยู่ที่บ้านคนเดียวคงจะต้านไม่ไหว”
“ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน เอาอย่างนี้นะ พวกเราอย่าเพิ่งนำเสบียงอาหารที่เชื่อมากลับบ้าน นำไปไว้ที่บ้านท่านอารองของเจ้าก่อนดีกว่า กินข้าวอยู่ที่บ้านของพวกเขาสักสองสามวัน เมื่อทำงานที่นี่เสร็จแล้วค่อยว่ากัน” จางซื่อพูด
เจ้ารองพยักหน้าระรัว “นับเป็นความคิดที่ดี ตกลงตามนี้เถอะ”
ไป๋เจินจูตัดสินใจไม่กลับบ้าน นางตามหาสถานที่ร่มเย็นใกล้ๆ บริเวณนั้นเพื่อพักเท้า รอพ่อแม่และน้องชายทำงานให้เสร็จ แล้วค่อยกลับไปที่หมู่บ้านด้วยกัน
ครั้นเห็นพ่อและแม่จะไปเชื่อเสบียงอาหารจากไป๋จื่อ ไป๋เจินจูก็ทำหน้าตาบูดบึ้ง พาน้องชายไปรอที่บ้านอารองก่อน
ไป๋จื่อกำลังเตรียมอาหารเย็น เมื่อได้ยินว่าเจ้ารองมาแล้ว นางก็ให้ซู่เอ๋อรับหน้าที่ทำอาหารต่อ ส่วนตัวนางออกไปข้างนอก
จ้าวหลานกำลังสนทนาพาทีกับจางซื่อ ไป๋จื่อจึงเดินเข้าไปถาม “มีธุระอะไรหรือ”
จางซื่อเห็นเด็กสาวเดินเข้ามา จึงยิ้มด้วยความลำบากใจ “คืออย่างนี้ เดิมทีข้าไม่ควรมารบกวนพวกเจ้า แต่พวกข้าจนปัญญาแล้ว บ้านใหญ่ถือโอกาสที่วันนี้พวกข้าออกมาทำงานพลิกหน้าดิน ขโมยเสบียงอาหารที่เหลือของพวกข้าไปกินจนหมดแล้ว พวกข้าทนหิวตลอดทั้งวัน จนถึงตอนนี้แล้วก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง หมดหนทางแล้วจริงๆ ถึงได้คิดจะมาเชื่อเสบียงอาหารจากเจ้า เมื่อทำงานเสร็จแล้วเจ้าก็หักจากค่าแรงของพวกข้าได้เลย เจ้าวางใจเถอะ พวกข้าจะทำงานให้เจ้าอย่างดีแน่นอน ว